May 21, 2019
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,607.23  -0.88  -0.05%         Value  34,952.45  Mil.Baht         SET50  1,069.30  +0.85  +0.08%         Value  24,247.25  Mil.Baht         SET100  2,355.73  -0.07  -0.00%         Value  29,224.58  Mil.Baht         sSET  731.14  -6.60  -0.89%         Value  660.20  Mil.Baht         SETCLMV  997.43  -2.94  -0.29%         Value  8,644.35  Mil.Baht         SETHD  1,182.20  -0.04  -0.00%         Value  12,073.98  Mil.Baht         SETTHSI  1,027.06  -0.49  -0.05%         Value  21,379.26  Mil.Baht         SETWB  993.57  0.00  0.00%         Value  8,651.76  Mil.Baht         mai  338.09  -1.24  -0.37%         Value  548.82  Mil.Baht             AGRO  411.21  -0.90  -0.22%       AGRI  174.91  -1.15  -0.65%       FOOD  11,837.29  -22.72  -0.19%           CONSUMP  105.98  -0.61  -0.57%       FASHION  687.36  -1.22  -0.18%       HOME  27.59  -0.12  -0.43%       PERSON  252.95  -4.81  -1.87%           FINCIAL  186.28  +1.05  +0.57%       BANK  500.78  +2.72  +0.55%       FIN  3,734.96  +26.32  +0.71%       INSUR  11,429.57  +27.65  +0.24%           INDUS  115.16  -1.65  -1.41%       AUTO  461.01  -4.86  -1.04%       IMM  43.12  -0.40  -0.92%       PAPER  2,785.00  0.00  0.00%       PETRO  1,108.94  -18.92  -1.68%       PKG  3,187.85  -14.86  -0.46%       STEEL  26.96  -0.01  -0.04%           PROPCON  135.07  +0.21  +0.16%       CONMAT  11,026.86  +79.01  +0.72%       PROP  284.42  -0.72  -0.25%       PF&REIT  223.32  -0.08  -0.04%       CONS  91.79  +0.60  +0.66%           RESOURC  210.49  -0.70  -0.33%       ENERG  24,005.15  -79.30  -0.33%       MINE  7.31  -0.29  -3.82%           SERVICE  503.22  -0.89  -0.18%       COMM  40,263.67  +62.83  +0.16%       HELTH  5,651.46  +26.23  +0.47%       MEDIA  54.74  -0.23  -0.42%       PROF  133.11  +1.41  +1.07%       TOURISM  580.95  -9.57  -1.62%       TRANS  383.02  -2.85  -0.74%           TECH  159.27  +0.68  +0.43%       ETRON  1,284.09  -5.40  -0.42%       ICT  154.74  +0.81  +0.53%       TFEX       SET50 Index Futures       S50K19  1,072.0  +4.0  9        S50M19  1,072.1  +3.9  114,330        S50N19  1,073.1  +7.2  2        S50U19  1,068.5  +3.3  10,301        S50Z19  1,068.7  +3.2  1,412        S50H20  1,065.0  +2.6  368      Sector Index Futures       BANKM19  -  -  -        COMMM19  -  -  -        ENERGM19  -  -  -        FOODM19  -  -  -        ICTM19  -  -  -      Single Stock Futures       AAVM19  3.96  -0.10  1,512        ADVANCM19  190.40  +4.82  410        AMATAM19  20.95  +0.15  126        AOTM19  66.92  -0.27  475        APM19  -  -  -        BAM19  10.92  -0.10  4        BANPUM19  14.20  -0.08  266        BAYM19  -  -  -        BBLM19  201.00  +1.50  2        BCHM19  17.00  -0.26  23        BCPM19  -  -  -        BDMSM19  25.75  +0.55  106        BEAUTYM19  3.84  -0.40  1,744        BECM19  8.59  +0.29  112        BEMM19  11.02  +0.01  2,019        BHM19  166.45  +2.22  82        BJCM19  48.00  +0.50  263        BLAM19  -  -  -        BLANDM19  1.49  -0.04  4,089        BTSM19  11.40  -  3        CBGM19  57.07  -0.91  161        CENTELM19  34.56  -0.89  225        CHGM19  2.14  +0.04  2,172        CKM19  26.55  +0.05  2        CKPM19  5.65  -0.03  686        CPALLM19  -  -  110        CPFM19  26.50  -0.21  308        CPNM19  73.34  +1.24  124        DELTAM19  -  -  -        DTACM19  49.57  -0.98  244        EARTHM19  -  -  -        EGCOM19X  -  -  20        EPGM19  5.16  -0.10  7        GLOBALM19X  16.01  +0.31  201        GLOWM19  -  -  -        GPSCM19  57.36  +0.19  142        GUNKULM19X  2.59  -0.07  85        HANAM19  23.70  -1.30  23        HMPROM19  16.52  +0.44  2,222        ICHIM19  4.35  +0.06  13        INTUCHM19  58.10  +0.75  441        IRPCM19  4.81  -0.10  1,298        ITDM19  2.15  -0.01  29        IVLM19  44.75  -0.30  1,681        JASM19  5.56  +0.01  18        KBANKM19  -  -  80        KCEM19  16.93  -0.47  327        KKPM19  65.37  +0.29  633        KTBM19  18.90  -  328        KTCM19X  38.99  +0.49  1        LHM19  10.30  -0.24  102        LPNM19  6.80  +0.05  3        MAJORM19  27.89  +0.29  117        MINTM19  36.68  -0.06  552        MTCM19  48.00  +0.18  13        PLANBM19  6.75  +0.15  2        PSHM19  19.96  +0.70  107        PTGM19  13.20  -0.30  33        PTTM19  46.50  -0.30  208        PTTEPM19  130.55  +1.05  119        PTTGCM19  62.80  -0.93  656        QHM19  2.98  -0.02  19        RATCHM19  60.05  -1.70  41        ROBINSM19  -  -  197        SM19  -  -  -        SAMARTM19  7.16  +0.08  1        SAWADM19X  45.60  +0.10  65        SCBM19  123.05  +2.05  200        SCCM19  460.00  +4.00  180        SIRIM19  1.41  -0.02  62        SPALIM19  22.00  +0.37  2        SPCGM19  17.63  +0.23  10        STAM19  11.48  -0.04  5        STECM19  24.80  +0.50  830        STPIM19  6.20  +0.20  54        TASCOM19  18.13  -0.27  310        TCAPM19  52.63  +0.31  1        THAIM19  8.95  -0.51  920        THCOMM19  5.30  -0.21  28        TISCOM19  -  -  -        TMBM19  1.91  -0.02  2,469        TOPM19  63.20  +0.03  323        TPIPLM19  1.91  -0.02  4        TRUEM19  4.87  +0.06  79        TTAM19  4.78  -0.16  108        TTCLM19  7.65  +0.05  1        TTWM19  -  -  300        TUM19  17.57  +0.14  511        TVOM19  -  -  -        UNIQM19  -  -  -        VGIM19  8.90  -0.08  9        VNGM19  -  -  -        WHAM19  4.13  +0.01  1,325      GF10 Futures       GF10M19  19,420  -10  7,329        GF10Q19  19,470  -30  5,447        GF10V19  19,540  -30  2,336      GF50 Futures       GFM19  19,400  -40  275        GFQ19  19,460  -50  285        GFV19  19,540  -20  202      Gold Online Futures       GOM19  1,280.80  -9.40  10,582      GOLD-D       GDM19  1,280.70  -14.06  219      USD Futures       USDK19  31.90  +0.18  2        USDM19  31.90  +0.18  3,658        USDN19  -  -  -        USDU19  31.82  +0.18  373      BB3 Futures       BB3M19  -  -  -        BB3U19  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5M19  -  -  -        TGB5U19  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3K19  -  -  -        RSS3M19  -  -  -        RSS3N19  -  -  -        RSS3Q19  -  -  -        RSS3U19  -  -  -        RSS3V19  -  -  -        RSS3X19  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DK19  56.40  +0.70  8        RSS3DM19  55.00  -0.10  8        RSS3DN19  53.90  -0.10  10        RSS3DQ19  54.00  -0.20  10        RSS3DU19  54.30  +0.30  10        RSS3DV19  54.20  +0.50  10        RSS3DX19  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume       S50M19C1125  1.7  -  620        S50M19C1100  4.2  +0.2  595        S50M19C1075  11.0  +1.4  580        S50M19C1050  26.4  +2.8  273        S50U19C1100  10.3  +0.3  154      Most Active Put Volume       S50M19P1050  5.3  -0.9  826        S50M19P1075  14.4  -2.6  557        S50U19P1025  7.2  +0.3  100        S50M19P1100  32.5  -4.2  91        S50M19P1125  54.5  -5.0  85      ---     ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญองค์กรที่สนใจร่วมโครงการ "Care the Bear" ชวนลดโลกร้อนด้วย 6 วิธีจัดอีเวนต์แบบรักษ์โลก ทำได้ง่ายๆ ทุกองค์กรก็ทำได้ ข้อมูลเพิ่มเติม www.setsocialimpact.com สอบถาม 0 2009 9999    ---     TFEX Trading Space แหล่งแฮงค์เอาท์ชาวเทรดหลังเลิกงาน ร่วมเวิร์กชอป "ฝึกตีกราฟ สร้างระบบเทรด ทำกำไรใน TFEX" 21-30 พ.ค. นี้ เวลา 18.00-21.00 น. ห้อง B603 ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ฟรี! สำรองที่นั่ง www.TFEX.co.th สอบถาม 0 2009 9999    ---    

งานวิจัยยืนยันระบบนิเวศป่าชายเลนไทย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

15 May 2019
อ่าน 473 ครั้ง

ป่าชายเลน เป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณประโยชน์ และมีความหลากหลายทางด้านชีวภาพสูง นับเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาลต่อมนุษย์ แม้จะเป็นที่ทราบกันว่าป่าชายเลนมีประโยชน์ทั้งในการเป็นแหล่งอาหาร แหล่งเพาะพันธุ์และอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งพลังงาน แหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน หรือช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดอุทกภัยทางธรรมชาติ แต่ที่ผ่านมายังขาดข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนและไม่มีการพูดถึงมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนในด้านต่างๆเหล่านี้

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนอยู่ราว 1.5 ล้านไร่ แต่เนื่องจากสถานภาพของป่าชายเลนได้เปลี่ยนแปลงไปมากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีนโยบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการฟื้นฟูป่าชายเลนที่มีความชัดเจนมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการศึกษาภายใต้โครงการวิจัยมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนในด้านต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

รศ.ดร.อรพรรณ ณ บางช้าง-ศรีเสาวลักษณ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ในฐานะนักวิจัยโครงการ เปิดเผยว่า ที่ดินบริเวณแนวชายฝั่งทะเลนั้นมีจำกัด เมื่อมีแรงกดดันให้เปลี่ยนแปลงไปจึงต้องตั้งคำถามว่าการใช้ที่ดินแบบไหนที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด การศึกษานี้จึงมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์มูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนด้านต่างๆ เพื่อให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับมูลค่าเศรษฐกิจที่จะสูญเสียไปหากมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนไปใช้เพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้หากลงุทนในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน เช่น หากมีการลงทุนเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม มูลค่าเศรษฐกิจที่จะได้จากระบบนิเวศที่จะกลับมามีมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการตัดสินใจในด้านนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม

 “เพราะระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ คนส่วนใหญจึงอาจจะมองข้ามความสำคัญของป่าชายเลน  ในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมจึงต้องมีการประเมินมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนที่ไม่เคยมีการคำนวณเป็นมูลค่าที่เป็นตัวเงินมานานแล้ว เพื่อให้ปริมาณการใช้ประโยซน์และวิธีการใช้สะท้อนให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างหลักประกันของความยั่งยืนของทรัพยากรนี้

เช่นภาพตัวอย่างกรณีสินามิ จะมีใครบ้างที่มองเห็นว่าป่าชายเลน ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชายฝั่งทะเล หรือความเสียหายที่เบาบางลงนั้นเป็นเพราะประโยชน์ของป่าชายเลน ขณะที่มีงานวิจัยยืนยันว่า พื้นที่ที่มีป่าชายเลน จำนวนความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจะน้อยกว่าจุดที่ไม่มีป่าชายเลน ดังนั้น การมีหรือไม่มีป่าชายเลนเมื่อเกิดเหตุภัยธรรมชาติ ย่อมมีผลถึงมูลค่าความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน”

โครงการนี้ได้มีการทบทวนงานวิจัยที่เคยมีการศึกษามาก่อนหน้านี้ และนำมาวิเคราะห์หรือประเมินมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนหลายๆ ด้าน ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนให้มากขึ้น ทั้งฝั่งอ่าวไทยและและฝั่งอันดามัน เพื่อต้องการความแตกต่างระหว่างพื้นที่ป่าชายเลน โดยได้ประเมินมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลน ใน 3 ส่วน คือ 1.มูลค่าจากการใช้ประโยชน์ด้านการประมง 2.มูลค่าจากการใช้ทางอ้อมในด้านประโยชน์ในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอน และ 3.มูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้

ดังนั้น เพื่อวิเคราะห์มูลค่าจากการใช้ทางตรงด้านการประมง งานวิจัยนี้ได้สัมภาษณ์ชาวประมงทั้งหมด 778 ราย จากพื้นที่ 42 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านในจังหวัดสมุทรสงคราม 6 หมู่บ้าน , ตราด 15 หมู่บ้าน , ระนอง 4 หมู่บ้าน , สุราษฏร์ธานี 7 หมู่บ้าน และพังงา 10 หมู่บ้าน เพื่อเป็นตัวแทนของพื้นที่ชายฝั่งทะเลของแต่ละภาค พบว่า สัตว์น้ำที่ชาวประมงชายฝั่งจับได้ทั้งหมด 90 ชนิด โดยมี กุ้ง 8 ชนิด ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย กุ้งมังกร กุ้งลายเสือก กุ้งหัวมัน และกุ้งเรียว รวมถึงกั้งแก้ว , ปู 8 ชนิด คือ ปูกะตอย ปูขาว ปูดาว ปูดำ ปูแดง ปูม้า ปูแสม และปูหิน , หอย 7 ชนิด ได้แก่ หอยขาว หอยแครง หอยแฉลบ หอยตลับ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยหลอด นอจากนี้ยังเป็นหมึก แมงดา และปลิง ส่วนชนิดของปลาที่พบมีประมาณ 42 ชนิด ในจำนวนนี้มีทั้งสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งในป่าชายเลน บริเวณหาดเลน และในบริเวณทะเลเปิด แต่ไม่ว่าจะจับได้ในที่ใด ประมาณร้อยละ 90 เป็นสัตว์น้ำที่ต้องอาศัยป่าชายเลน โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสัตว์น้ำที่อาศัยป่าชายเลนตลอดวงจรชีวิต และสัตว์น้ำที่อาศัยป่าชายเลนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และจากการคำนวณรายได้สุทธิ พบว่า มูลค่า(รายได้สุทธิ) ของป่าชายเลนในด้านการประมงพื้นต่อไร่สูงสุด คือ ที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเท่ากับ 5,015 บาท รองลงมาคือ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,766 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งพื้นที่ และประเภทสัตว์น้ำที่จับได้)

รศ.ดร.อรพรรณ กล่าวว่า “มูลค่าที่ได้จากการประมงพื้นที่ป่าชายเลนนั้น มีความแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอ่าวไทยหรือฝั่งอันดามัน และประโยชน์ในแง่การประมงนั้น มีมากกว่าที่เราคิดไว้ เพราะไม่ใช่แค่สัตว์น้ำที่จับได้ในบริเวณป่าชายเลน แต่จะต้องรวมถึงสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งในบริเวณปะการังและในบริเวณทะเลเปิดที่อาศัยป่าชายเลนในช่วงใดช่วงหนึ่งของวงจรชีวิต หากไม่มีพื้นที่ป่าชายเลนแล้ว การประมงก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”

สำหรับการวิเคราะห์มูลค่าจากการใช้ทางอ้อมในด้านการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนนั้น รศ.ดร.อรพรรณ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจป่าบกซึ่งถือเป็นป่าต้นน้ำ แต่หารู้ไม่ว่าหญ้าทะเลที่ป่าชายเลนนั้น สามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 2 เท่า โดยหญ้าทะเลสามารถดูดซับคาร์บอนได้ถึง 3 ส่วน ทั้งกิ่งใบ ลำต้น ไปจนถึงรากซึ่งถือว่าเยอะมาก” งานวิจัยนี้ ได้นำข้อมูลของราคาที่ดินในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ใช้เป็นตัวแทนต้นทุนค่าเสียโอกาสของที่ดินมาวิเคราะห์ร่วมกับปริมาณของคาร์บอนหรือสต๊อกคาร์บอนที่สะสมอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน มูลค่าหรือราคาที่จำหน่ายในตลาดที่รับซื้อคาร์บอนเครดิด อาทิ ตลาด European Union Emission Trading System  (EU ETS) หรืออียู, ตลาดซื้อขายโดยสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) และต้นทุนทางสังคมของคาร์บอน (หรือ Social cost of Carbon หมายถึง คาร์บอนฯ 1 ตันหากถูกปล่อยออกไปสู่ชั้นบรรยากาศจะก่อให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 40 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อ 1 ตันคาร์บอนฯ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก)นั้น มีที่ไหนบ้าง

ผลการศึกษาพบว่า หากใช้ราคามูลค่าการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตของตลาดอียู (EU ETS) และตลาดซื้อขายโดยสมัครใจ จะมีพื้นที่ที่คุ้มทุนในการที่จะอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ในพื้นที่12 อำเภอ แต่ถ้าเปรียบเทียบต้นทุนทางสังคมของคาร์บอน (Social cost of Carbon) แล้ว พบว่า อำเภอที่จะคุ้มทุนเพิ่มเป็น 16 อำเภอ ใน 8 จังหวัด (ปริมาณคาร์บอนต่อพื้นที่ป่าชายเลน1 เฮกเตอร์ หรือเท่ากับ 1.25 ไร่) ได้แก่ อำเภอแหลมสิงห์ , อำเภอขลุง และอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทรบุรี, อำเภอละแม และอำเภอสวี จังหวัดชุมพร, อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช, อำเภอเมือง จังหวัดพังงา, กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง, อำเภอท่าแพ และอำเภอละงู จังหวัดสตูล, อำเภอเมืองและอำเภอกาญจนดิษฐ์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่อำเภอปะเหลียน , อำเภอสิเกา , อำเภอกันตัง และกิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง

รศ.ดร.อรพรรณ อธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการวิเคราะห์มูลค่าด้านการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนคือ ค่าเสียโอกาสของที่ดิน หากพื้นที่ไหนที่มีปริมาณการสะสมของคาร์บอนหรือสต๊อกคาร์บอนสูง และมีค่าเสียโอกาสของที่ดินต่ำ(ราคาที่ดินถูก) การรักษาป่าชายเลนไว้เพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็อาจคุ้มค่าที่จะอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ประเทศไทยมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งต่อไปในอนาคตจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่รุนแรงจะทำให้ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น จังหวัดสตูล ซึ่งมีพื้นที่ป่าชายเลนที่มีปริมาณการสะสมของคาร์บอนมากและราคาที่ดินไม่สูง จึงมีค่าเสียโอกาสต่ำ และคุ้มค่าที่จะเก็บรักษาไว้ ส่วนพื้นที่ไหนที่ราคาที่ดินแพงก็ไม่คุ้มที่จะอนุรักษ์ไว้จากการเสียโอกาส เช่น ชลบุรี ภูเก็ต  ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ เราไม่ได้บอกว่าจะต้องรักษาป่าชายเลนไว้อย่างเดียว แต่จะต้องดูว่าพื้นที่ไหนที่มีต้นทุนต่ำและมีปริมาณการสะสมหรือดูดซับคาร์บอนอยู่มากพื้นที่นั้นก็สมควรเก็บรักษาไว้ เพราะมีโอกาสที่จะคุ้มทุนมากกว่า ดังเช่น ป่าชายเลนในพื้นที่ 16 อำเภอ ที่สมควรจะอนุรักษ์รักษาป่าชายเลนไว้ ไม่ควรไปเปลี่ยนแปลงอะไรในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนมูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้นั้น รศ.ดร.อรพรรณ ได้ให้คำนิยามว่า “มูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ หมายถึงคุณค่าที่ให้กับทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่เราไม่ได้ประโยชน์ไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้า หรือ non-use value หรือ มูลค่าความเต็มใจที่จะจ่าย เพื่อประโยชน์ในการลงทุนอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ ซึ่งมูลค่านี้ยังเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก และการที่บอกว่าป่าชายเลนสำคัญควรที่จะอนุรักษ์หรือรักษาไว้ จึงต้องมีวิธีการสร้างตลาดสมมุติ ซึ่งก็คือมาตรการต่างๆที่จะนำมาใช้เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อตั้งคำถามว่าประชาชนทั่วไปจะเต็มใจจ่ายเพื่อสนับสนุนให้เกิดมาตรการเหล่านี้หรือไม่ การตัดสินใจจะจ่ายหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันจะให้ความสำคํญกับป่าชายเลนมากน้อยแค่ไหน และเต็มใจที่จะจัดสรรเงินส่วนหนึ่งมาสนับสนุนหรือไม่

จากผลการสัมภาษณ์ครัวเรือนทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น โดยตัวแปรที่นำมาใช้คำนวณคือ ความเต็มใจ , ราคาที่จะให้จ่าย (bid) และรายได้ (income) เบื้องต้นพบว่า มูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายต่อครัวเรือน สำหรับคนกรุงเทพฯ เท่ากับ 385 บาทต่อครัวเรือน ส่วนมูลค่าที่เต็มใจที่จะจ่ายของคนที่อยู่ในจังหวัดอื่นเท่ากับ 206 บาทต่อครัวเรือน เมื่อคูณกับจำนวนครัวเรือนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น จะได้มูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ของคนทั้งประเทศเท่ากับ 4,895.76 ล้านบาท หารด้วยพื้นที่ป่าชายเลน 1.5 ล้านไร่ ก็จะได้มูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้เท่ากับ 3,199.85 บาทต่อไร่

นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ผลประโยชน์ที่ได้จากการกำหนดการใช้ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน พบว่า ในช่วงระหว่างปี 2543-2557 พื้นที่ป่านชายเลนลดลงร้อยละ 9.2 โดยการลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนนั้น มักจะเกิดนอกพื้นที่ที่อยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ รวมถึงการจำแนกที่ดินที่ประกาศจากเขตอนุรักษ์เป็นเขตเศรษฐกิจโซน A และโซน B อาจมีผลในการที่จะลดอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนลงได้

ซึ่งข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ จะเป็นหลักฐานยืนยันว่า ป่าชายเลนนั้นมีประโยชน์ในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ หากพื้นที่ป่าชายเลนลดลงหรือเสื่อมสภาพย่อมส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประมงพื้นบ้านและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง และยังเป็นครั้งแรกที่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนเพื่อสนับสนุนในเชิงวิชาการ และในด้านนโยบายยังสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนให้กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij