ทำไมต้องเผาอ้อย? ... เรื่องลึก ๆ ที่คนนอกวงการไม่รู้!

26 ม.ค. 2562 | 00:03 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2562 | 10:36 น.
| ทำไมต้องเผาอ้อย? ... เรื่องลึก ๆ ที่คนนอกวงการไม่รู้!

................

นับจากที่ "เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ" รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และรายงานต่อเนื่องเป็นรายวันจนถึงทุกวันนี้ ยังพบหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ที่เกิดจากควันดำจากการเผาผลาญของเชื้อเพลิงจากยานพาหนะและงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ลามไปถึงการเผาขยะตามแหล่งขยะชุมชนบางแห่ง

ปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่สะสมมานาน พอปริมาณรถมากขึ้น ประชากรในพื้นที่ กทม. ที่ใช้รถเพิ่มขึ้น ถนนทุกสายแน่นไปด้วยยานพาหนะ ผสมปนเปกับการเติบโตของงานในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งปรับปรุงถนน ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รวมถึงก่อสร้างที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าพร้อมกันหลายโครงการ จนเกิดปัญหาควัน ฝุ่นละออง ฟุ้งกระจายไปทั่ว กระทบถึงคุณภาพชีวิตคนกรุง

เผาอ้อยจนเป็นประเพณี

จากปัญหามลพิษควัน ฝุ่นละออง ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ทั่ว กทม. และปริมณฑล กำลังลากมาสู่การเพ่งเล็งถึงการ "เผาอ้อย" ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ ว่า เป็นอีกต้นเหตุหนึ่งของปัญหานี้ด้วย พร้อมกับเกิดข้อสงสัยจากคนนอกวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ว่า ทำไมต้อง "เผาอ้อย" ทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำลายสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม การเผาอ้อยของเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศนั้น เกิดขึ้นมานานแล้ว จนคนในวงการอ้อยบอกว่า "เผาอ้อยกันจนเป็นประเพณีไม่ใช่เพิ่งมาเผา" เพียงแต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายจังหวัดที่ปลูกอ้อยเริ่มมีความถี่ในการเผาอ้อยมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต ที่ส่วนใหญ่เลือกตัดอ้อยสด ๆ เพราะได้คุณภาพดีกว่า

AB

ถามว่า ทำไมต้องเผาอ้อย! สำหรับประเทศไทย ปัญหาหลักที่ต้องเผาอ้อยเกิดจากการ "ขาดแคลนแรงงาน" หรือ ขาดคนตัดอ้อย มีอ้อยปลูกหลายร้อยไร่ แต่พอถึงเวลาตัดอ้อยกลับหาแรงงานไม่ได้ ส่วนใหญ่แรงงานต่างพากันปฏิเสธที่จะรับตัดอ้อยสด ๆ ไม่ว่าจะเป็น แรงงานไทย หรือ แรงงานต่างด้าว เนื่องจากการตัดอ้อยสดมีความยากลำบาก กว่าจะได้มา 1 ตันต่อคน ต้องใช้เวลานาน ต้องพบกับปัญหามากมาย ตั้งแต่ใบอ้อยคมบาดมือ บางพันธุ์มีหนามด้วย ทำให้การตัดอ้อยล่าช้า แต่หากชาวไร่อ้อยในพื้นที่ใดมีการเผาอ้อยเพื่อให้ใบไหม้ เหลือไว้แต่ลำต้นอ้อย ก็จะสามารถตัดอ้อยได้เร็วขึ้น จะได้ปริมาณอ้อยมากถึง 4-5 ตันต่อวัน ซึ่งแรงงานชอบตัดอ้อยที่เผาแล้ว เพราะเสร็จเร็ว ได้เงินเร็ว ง่ายต่อการตัด เปรียบเทียบกับการตัดอ้อยสด ที่ตัดได้เพียง 1.5 ตันต่อวันเท่านั้น ในขณะที่ โรงงานน้ำตาลบางรายชอบรับอ้อยสด เพราะคุณภาพดีกว่า แต่ก็ต้องแลกกับข้อจำกัดที่นับวันจะมากขึ้น

หีบอ้อยช้าเสี่ยงปัญหาใหม่

นอกจากความจำเป็นในการเผาอ้อยจะมาจากปัจจัยหลัก คือ หนีปัญหาแรงงานไม่รับตัดอ้อยสดแล้ว การเผาอ้อยก็ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในขณะที่ ระยะเวลาในการหีบอ้อยก็มีข้อจำกัด เพราะการตัดอ้อยสดจะใช้เวลานานกว่า และอาจเสี่ยงต่อปัญหาภัยธรรมชาติ ตามปกติภายใน 3-4 เดือน ต้องหีบอ้อยให้เสร็จ ไม่เช่นนั้นอาจเจอปัญหาอื่นตามมา เช่น ฝนตกหนักจนตัดอ้อยไม่ได้ หรือ รถบรรทุกเข้าพื้นที่ขนอ้อยไม่ได้ เพราะน้ำท่วมขัง รถติดหล่ม หากปิดหีบช้าต้นทุนโรงงานน้ำตาลก็จะยิ่งบานปลาย

เผาอ้อยดี-ไม่ดีอย่างไร

วันนี้หลายประเทศพยายามรณรงค์เลิกการเผาอ้อย เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางโลกที่หันมารักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และสามารถลดการเผาอ้อยได้ เพราะมีกำลังในการลงทุนซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยทดแทนคน แต่อุตสาหกรรมอ้อยในประเทศไทย มีทั้งคนจนและคนรวย ใครมีกำลังทรัพย์ก็สามารถซื้อเครื่องตัดอ้อยได้ โดยมีราคาหลากหลาย ราคาเครื่องตัดอ้อยหากนำเข้าราคาจะสูงถึง 13-14 ล้านบาทต่อเครื่อง หรือ ซื้อในประเทศ ราคามีตั้งแต่ 5-7 ล้านบาทต่อเครื่อง แม้ราคาในประเทศจะถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง แต่เชื่อว่ามีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ไม่มีกำลังซื้อเครื่องตัดอ้อย

ไล่ดูแค่ปัญหาขาดแรงงานตัดอ้อย ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่โตที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะหลายพื้นที่ล้วนพึ่งพาพืชอ้อยเลี้ยงปากท้อง แห่ปลูกตามแรงเหวี่ยงของราคาที่จัดอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าพืชเกษตรอื่นอีกหลายตัว ดูเฉพาะรายจังหวัดก็แห่ปลูกอ้อยไปแล้วเกือบ 50 จังหวัดทั่วประเทศ

คาดการณ์พื้นที่ปลูกอ้อย

ลำพังพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศในเวลานี้ มีมากถึง 12 ล้านไร่ ถ้าดูตัวเลขปริมาณอ้อยที่คาดการณ์กันว่า ปี 2561/2562 ปลูกอ้อยมากถึง 120-121 ล้านตันอ้อย หรือ ปลูกกันเฉลี่ยไร่ล่ะ 10-11 ล้านตันอ้อย ก็ไม่ใช่น้อย อีกทั้งโรงงานน้ำตาล 57 โรงงานทั่วประเทศ มีอ้อยเข้าหีบมากถึง 1.2-1.3 ล้านตันต่อวัน ยิ่งโรงงานน้ำตาลขยายตัว ยิ่งวิ่งแก้ปัญหานำวัตถุดิบ (อ้อย) นำส่งโรงงานน้ำตาลมากขึ้น

60% เป็นอ้อยที่มาจากการเผา

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากตัวเลขการปลูกอ้อยปี 2561/2562 คาดการณ์ว่า มีปริมาณ 120-121 ล้านตันอ้อยนั้น ในจำนวนนี้มากถึง 60% เป็นอ้อยที่มาจากการเผาแทบทั้งสิ้น! หากยังเจอปัญหาแรงงานขาดแคลน การปลูกอ้อยทั่วประเทศแทบทุกพื้นที่ที่มีไร่อ้อย ต้องมีการเผาอ้อย และแนวโน้มน่าจะขยายพื้นที่หลายจุด

"วันนี้ต้องยอมรับว่า เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีครึ่งค่อนประเทศกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานตัดอ้อย และปริมาณอ้อยมากกว่าครึ่งทั่วประเทศยังต้องเผาอ้อย สมัยก่อนเรามีแรงงานจำนวนมาก ตรงไหนมีพื้นที่ปลูกอ้อย เมื่อถึงเวลาตัดอ้อย ก็เกณฑ์คนมาจากจังหวัดใกล้เคียงมาช่วยกันตัด หรือ นำแรงงานมาจากภาคอีสาน แต่วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปมาก"

AX

ถามว่า ปัจจุบันมีบทลงโทษอะไรกรณีเผาอ้อย! คำตอบคือ มี! นอกจากตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนดว่า ถ้าใครเผาอ้อยจะถูกหัก 30 บาทต่อตันอ้อย โดยนำเงินที่หักไปส่งเสริมให้กับเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด โดยเพิ่มราคาให้สูงขึ้น

อีกทั้งยังมีกฏหมายท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยด้วยวิธีการเผาไร่อ้อยก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาล มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 วรรคแรก ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท และมาตรา 25 วรรค 4 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือ กรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

นอกจากปัญหาราคาอ้อยเริ่มไม่ดีกระทบถึงปากท้องชาวไร่อ้อยแล้ว ปัญหาแรงงานแคลนกำลังเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมาแก้ไขอย่างจริงจัง!

ไม่เช่นนั้นแล้ว อุตสาหกรรมน้ำตาลจะกลายเป็นปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นยันท้าย ไม่เพียงแต่ปัญหาเดิม ๆ เรื่องราคาอ้อยที่ขึ้นลงตามราคาน้ำตาล ปัญหาผลผลิตอ้อยต่อไร่และค่าความหวานของอ้อยต่อไร่ที่ลดลง

ปัญหาเหล่านี้ อาจสะเทือนถึงสถานะของไทยที่เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกได้ โปรดอย่ามองข้าม!

595959859