สุนิสา ปานเทพอินทร์ หญิงสาวผู้มีดีกรีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตามปกติควรที่ต้องทำงานอยู่ในห้องแล็บ แต่ตัวเธอเลือกที่จะสร้างธุรกิจขึ้นมาจากการได้พบเห็นช่องทางการทำตลาดที่น่าสนใจทางด้านความงาม ประกอบกับความชอบส่วนตัว และสัญชาตญาณความเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม และแฟชั่น ตัวเธอจึงเลือกฉีกกรอบตัวเอง และเดินตามแนวทางที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเธอมากที่สุด
จากความชอบสู่ธุรกิจ
สุนิสา บอกเล่าเรื่องราวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของธุรกิจร้านเสริมสวยภายใต้ชื่อ “Sun flower Eyebrow Tattoo and Beauty” โดยมีจุดเริ่มต้นไอเดียมาจากความบังเอิญที่ตัวเธอได้เห็นร้านให้บริการต่อขนตาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้เข้าคิวรอรับบริการอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเปรียบเสมือนเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอได้ฉุกคิดถึงการเปิดโอกาสให้ตนเองได้ลองทำ หลังจากนั้นตัวเธอจึงตัดสินใจไปลงเรียนหลักสูตรระยะสั้นเกี่ยวกับการต่อขนตา และเปิดให้บริการทันทีในรูปแบบของบูธขนาดเล็ก
ทั้งนี้ ผลตอบรับที่ได้ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะบูธของเธอก็มีผู้ใช้บริการมาต่อคิวเฉกเช่นเดียวกัน และมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นจึงได้ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อยอดการให้บริการไปสู่ การต่อผม สักคิ้ว ทำเล็บ จนจากบูธเล็กๆได้กลายมาเป็นร้าน Sun flower ที่เปิดให้บริการในห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์อย่างในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ชอบมองใบหน้าของผู้อื่น และจินตนาการว่าหากทำอะไรเพิ่มเติมลงไปจะช่วยทำให้ดูสวยขึ้น แม้ว่าบุคคลผู้นั้นจะดูดีอยู่แล้ว ตัวเธอจึงไปศึกษาเพิ่มเติมจนรู้ว่าแต่ละบุคคลจะต้องทำอะไร หลังจากนั้นจึงสร้างทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขึ้นมา เพื่อเปิดเป็นคลินิกเสริมความงามภายใต้ชื่อ “ศรุตตาคลินิก” ซึ่งประกอบด้วยบริการ ฉีดโบท็อกซ์,ฉีดฟิลเลอร์, การยกกระชับผิวหน้า (HIFU), เลเซอร์หน้า และเลเซอร์ขน เป็นต้น
การตลาดยุคใหม่
โจทย์ยากขึ้น
อย่างไรก็ดี สุนิสายอมรับว่า การทำตลาดในยุคปัจจุบันมีความแตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก โจทย์มีความยากมากขึ้น เนื่องจากเดิมทีคู่แข่งมีไม่มาก ลูกค้าก็ต้องมาใช้บริการที่ร้าน แต่กับปัจจุบันนั้นไม่ใช่ เพราะจำนวนคู่แข่งมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ส่งผลทำให้ผู้ใช้บริการชะลอการใช้จ่าย ยอดการเข้าใช้บริการก็มีจำนวนลดลง
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อรองรับกับสถานการณ์นั้น จึงต้องมีการกลับมาคิดทบทวนกันใหม่ เพื่อหาแนวทางในการกระตุ้นตลาดให้เกิดความเหมาะสม โดยจะมีเรื่องของการจัดโปรโมชันเป็นช่วงเวลา หรือลดราคาให้พิเศษหากมาใช้บริการตามจำนวนที่ระบุ ซึ่งการจัดโปรต้องทำถี่มากขึ้น เพราะถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ ก็จะต้องให้คำแนะนำเชิญชวน เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำรายการอื่นเพิ่มเติม เช่น ลูกค้าที่มาทำผมก็จะต้องพยายามจูงใจให้มาใช้บริการต่อที่คลินิก โดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งตัวเธอจะต้องมีการอบรมทีมงานให้ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน โดยสังเกตความสนใจของผู้ใช้บริการเป็นหลัก เพื่อให้ทีมงานอีกคนหนึ่งเข้าไปสานต่อ เรียกว่าจะต้องทำงานเป็นทีม หากลูกค้าไม่สนใจในครั้งแรกก็ไม่เสียหาย เพราะเราถือว่าได้เปิดช่องทางเอาไว้เรียบร้อย ซึ่งถ้าวันหนึ่งลูกค้าสนใจที่จะทำก็จะคิดถึงเราเป็นอันดับต้นๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวเธอยังต้องเรียนรู้วิธีเทคนิคต่างๆทางด้านไอที เพื่อนำมาปรับประยุกต์กับการประชาสัมพันธ์ เช่น ล่าสุดกับการเรียนตัดต่อคลิปด้วยตนเอง สำหรับทำคลิปโฆษณาประชาสัมพันธ์โปรพิเศษของร้านทางออนไลน์อย่างง่าย โดยไม่ต้องเสียงบประมาณลงทุน
ขยายกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่
สุนิสา บอกอีกว่า ทุกวันนี้ใช้งบกับการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์มากพอสมควร ทั้งการใช้บริการให้เว็บติดอยู่หน้าแรกของกูเกิล (Google Adwords), เฟซบุ๊ก และอินสตราแกรม ทำหมดทุกช่องทางทั้งทำเองและว่าจ้าง โดยแต่ก่อนก็ทำเพียงแต่งบที่ใช้จะไม่สูงเท่านี้ เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันสูงและโลกเปลี่ยน หากจะรอแค่ลูกค้าประจำที่เดินเข้ามาก็คงอยู่ไม่ได้ จะต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่ม ซึ่งสื่อดังกล่าวเหล่านี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ให้เข้ามา แต่ก็มีค่าใช้จ่ายซึ่งก็ต้องดูให้คุ้มกับต้นทุนที่จ่ายไป
“งบการตลาดปัจจุบันมากขึ้น ส่วนเป้ารายได้ของธุรกิจนั้น หากสามารถทำได้เท่าเดิมก็ถือว่าดีแล้ว แต่การจะทำให้ได้ตามเป้าจะต้องเหนื่อยมากขึ้น จากเดิมถ้ามีลูกค้า 3 รายจะได้ยอดเท่านี้ แต่ทุกวันนี้ต้องมีลูกค้าถึง 5 ราย เพื่อให้ได้ยอดเท่าเดิม เนื่องจากรายรับเท่าเดิมแต่รายจ่ายสูงขึ้น เพราะคู่แข่งมีมากจึงต้องจัดโปรช่วย ราคาในการให้บริการก็ถูกลง เพราะฉะนั้นจึงต้องทำให้ได้จำนวนลูกค้ามากขึ้นเพื่อให้ได้ยอด”
สุนิสา บอกต่อไปอีกว่า เป้ารายได้ของปีนี้อยู่ที่ตัวเลข 7 หลักต่อเดือน โดยเป็นการรักษาระดับรายได้ไม่ให้ลดตํ่าลง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการทำตลาดยุคนี้ เนื่องจากการทำธุรกิจให้เติบโตในปัจจุบันคงเป็นไปได้ยาก เพราะผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น โดยการทำธุรกิจทุกวันนี้จะต้องเปิดกว้าง รวมถึงต้องรับฟังความคิดเห็นของลูกค้ามากๆ อีกทั้งยังต้องมีการศึกษาคู่แข่ง และการก้าวให้ทันตลาด ซึ่งกระแสมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เรื่อง : นิธิโรจน์ เกิดบุญภานุวัฒน์
ภาพ : ประเสริฐ ขวัญมา
หน้า 8 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,487 วันที่ 14 - 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562