หลังจากที่ก่อนหน้านั้น”ฐานเศรษฐกิจ”นำเสนอข่าว บริษัทแมนพาวเวอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาเชิงนวัตกรรมด้านแรงงานระดับโลก และบริษัทจัดหาแรงงานเอาต์ซอร์ซ สัญชาติอเมริกาเปิดเผยว่า ปี 2563 จะมี 10 อาชีพ ที่ประกอบด้วย พนักงานขาย , เจ้าหน้าที่การเงินการบัญชี,พนักงานธุรการ,เจ้าหน้าที่การตลาด,และการตลาดดิจิทัล,โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนระบบ,พนักงานชั่วคราวและสัญญาจ้าง,เจ้าหน้าที่ขนส่งและคลังสินค้า,วิศวกรโรงงาน,ช่างและพนักงานฝ่ายผลิต,พนักงานคอลล์เซ็นเตอร์
ที่มีแนวโน้มดี และสร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีAI(Artificial Intelligence)หรือปัญญาประดิษฐ์นั้น
สอดคล้องกับที่นายธนิต โสรัตน์ รองสภาที่ปรึกษาพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า นับจากนี้ไปเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของพลวัตรใหม่ โดยจะมีอาชีพใหม่เข้ามาตอบโจทย์ล้อไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ต้องสัมพันกับแรงงาน ระบบการจ้างงานจะเปลี่ยนไปสู่การใช้แรงงานที่มีองค์ความรู้ เชี่ยวชาญเฉพาะด้่านมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีการผลิต ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ หรือ ค้าปลีกค้าส่ง ที่ยกระดับไปสู่การค้าออนไลน์ ใครก็สามารถขายของบนออนไลน์ได้ ทั้งหมดนี้จะต้องตอบสนองโจทย์ โดยยึดผู้บริโภคเป็นตัวตั้ง ทำให้เกิดอาชีพใหม่ เช่น คนควบคุมระบบปัญญาประดิษฐ์ ระบบคอมพิวเตอร์ ด้านการตลาดก็ต้องนำมาเก็ตติ้ง ดิจิตอล เข้ามา การซื้อขายก็ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขาย นั่นแปลว่าอาชีพเก่ากำลังจะหายไป ในภาคการผลิตเพียงแค่ใช้แขนกลหนึ่งข้าง ก็สามารถใช้แทนแรงงานคนได้ 9-10 คน และระบบอัตโนมัติก็สามารถลดการใช้คนในโรงงานได้ถึง 80% ถึงเวลานี้ยังน่าเป็นห่วงว่าแรงงานในประเทศจะปรับตัวไม่ทัน
นายธนิต ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ปรับตัวไม่ทันนั้นส่วนหนึ่งมาจาก ประเทศไทยมักมองไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ไม่ได้มองกลับไปข้างหลังพร้อมกันด้วย เพราะข้างหลังยังมีคนอายุตั้งแต่ 40-45 ปี อยู่จำนวนมากที่ปรับตัวไม่ทัน