thansettakij
"พิชัย" สั่งเช็ค "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" หากพบเอี่ยวนอมินีจีน เจอโทษหนัก

"พิชัย" สั่งเช็ค "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" หากพบเอี่ยวนอมินีจีน เจอโทษหนัก

31 มี.ค. 2568 | 10:16 น.
อัปเดตล่าสุด :31 มี.ค. 2568 | 11:00 น.

"พิชัย" รมว.พาณิชย์ สั่งตรวจ "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" ลั่นพบเอี่ยวนอมินีพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดระวางโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 100,000-1,000,000 บาท

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลกระทบให้ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น โดยพบว่า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นคู่สัญญาในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นคนไทย 51% และคนจีน 49% 

 

\"พิชัย\" สั่งเช็ค \"ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10\" หากพบเอี่ยวนอมินีจีน เจอโทษหนัก

 

โดยมีข้อสงสัยว่าจะเป็นธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี) หรือไม่ จึงได้สั่งการให้ คณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน เร่งลงพื้นที่และตรวจสอบเรื่องธุรกิจนอมินี

เบื้องต้นได้รับรายงานจากร้อยตรีจักรา ว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ณ ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ปรากฏว่า สำนักงานปิดเงียบ ไม่มีเจ้าที่ในสำนักงาน

และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ที่ให้ไว้ตอนจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั้งโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ 

 

\"พิชัย\" สั่งเช็ค \"ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10\" หากพบเอี่ยวนอมินีจีน เจอโทษหนัก

 

ทั้งนี้ คณะทำงานฯ จะนัดประชุมหารือทั้งคณะในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2568) เพื่อเร่งขยายผลติดตามเรื่องนี้โดยเร็วต่อไป

รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า ได้มอบให้คณะทำงานฯ เร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเข้มงวดเคร่งครัดและรัดกุม หากเป็นธุรกิจนอมินีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษขั้นสูงสุด คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลของ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท วัตถุประสงค์ตอนจดทะเบียน คือ ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย และ วัตถุประสงค์ที่มาจากงบการเงินปีล่าสุด (2567) 

ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริการด้านการทรัพยากรมนุษย์และรับเหมาก่อสร้างอาคาร อาคารพาณิชย์ อาคารที่พักอาศัย สถานที่ทำการ ทางรถไฟ ทางรถสาธารณะ ทางรถไฟฟ้าใต้ดิน กรรมการมีจำนวน 2 ราย คือ 1.นายชวนหลิง จาง (ถือหุ้น 49%) และ 2.นายโสภณ มีชัย (ถือหุ้น 51%)

 

\"พิชัย\" สั่งเช็ค \"ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10\" หากพบเอี่ยวนอมินีจีน เจอโทษหนัก

 

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ จะขยายผลการตรวจสอบนิติบุคคลอื่นซึ่งมีที่ตั้งเดียวกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัดรวมทั้งนิติบุคคลอื่นซึ่งมีกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10(ประเทศไทย) จำกัด เข้าไปเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่ด้วยรวมอีก 13 ราย ต่อไปด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้ความสำคัญและได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นมาตรการที่ต่อเนื่องและเข้มข้น หวังให้สามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในระยะยาว รมว.พณ.พิชัย กล่าวทิ้งท้าย