ตึกสตง. ถล่มแผ่นดินไหว “คปภ.” ย้ำเข้าข่ายทุจริตไม่จ่ายประกัน

30 มี.ค. 2568 | 12:24 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 2568 | 12:26 น.

คปภ.ย้ำตึก สตง. ถล่มเหตุแผ่นดินไหว ไม่กระทบความมั่นคง 4 บริษัทประกัน ระบุหากก่อสร้างเข้าข่ายทุจริต ไม่จ่ายเคลม รอผลตรวจชัดเจนจากวิศวะ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยมาตรการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาด้านการประกันภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่า สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมช่วยเหลือด้านการประกันภัยกับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ สำนักงานคปภ.และ 4 บริษัทประกันที่ร่วมรับประกัน ได้แก่

  • บมจ. ทิพยประกันภัย 40%
  • บมจ.กรุงเทพประกันภัย 25%
  • บมจ.อินทรประกันภัย 25%
  • บมจ.วิริยะประกันภัย 10%  

ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของตึก สตง.ที่เกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน เพื่อประเมินความเสียหายและเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป  

“ขอยืนยันว่า ความเสียหายนี้ จะไม่กระทบความมั่นคงของ 4 บริษัทประกันที่ร่วมรับประกัน เนื่องจากบริษัทประกันทั้งหมด ได้มีการบริหารความเสี่ยง ทั้งการประกันภัยต่อต่างประเทศ และมีความคุ้มครองของที่เป็นความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) โดยผู้เอาประกันรับผิดชอบเองสัดส่วน 20%” 

ขณะเดียวกัน คปภ. ได้ดำเนินการการตรวจสอบดัชนีวัดความมั่นคงบริษัทประกันภัยตามกฎหมาย (CAR) พบว่า ขณะนี้ทั้งระบบประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ยังแข็งแกร่งดีมาก มี CAR อยู่ที่ระดับเกือบ 300% สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดขั้นต่ำที่ 100% 

ส่วนประเด็นที่สังคมสนใจและติดตาม  กรณีการก่อสร้าง สตง.แห่งใหม่ ที่ถล่มลงมา มีการก่อสร้างผิดแบบ ไม่ได้มาตรฐานด้านวิศวกรรม  หรือการก่อสร้างในประเด็นการทุจริต ใประเด็นนี้บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองหรือไม่นั้น

นายชูฉัตร กล่าวว่า ในประเด็นนี้บริษัทประกันยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยต้องมีการรับรองจากสภาวิชาชีพวิศวกรรมในการประเมิน และต้องมีหน่วยงานภาครัฐมายืนยันตามนั้นด้วย  หากตรวจสอบพบข้อเท็จจริงเช่นนั้น บริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครอง เพราะอยู่ในข้อยกเว้นของสัญญาประกันภัย  เช่น สร้างไม่เป็นไปตามแบบ ใช้วัสดุไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เป็นต้น 

นายสมพร สืบถวิลกุล  นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สำหรับประเด็น ความเสียหายของอาคาร สตง.ที่สังคมให้ความสนใจ ทำให้อยู่ในข้อยกเว้นความคุ้มครองนั้น  ยืนยันว่า บริษัทประกันต้องรอข้อเท็จจริง จากผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรม สถาปนิกและหน่วยงานภาครัฐ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสาเหตุและความเสียหายแท้จริงทั้งหมดก่อน เช่นเดียวกับ กรณีพบการขนเอกสารออกจากพื้นที่นั้น ยังไม่แน่ใจว่า เป็นการกระทำเผื่อการใด หรือเกี่ยวข้องกับการเคลมสินไหมหรือไม่ประการใด  

แต่หากการก่อสร้างอาคาร สตง.แห่งใหม่  ไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตเกิดขึ้น  บริษัทประกันจะพิจารณาความเสียหายตามตามมูลค่าการก่อสร้างแท้จริง ณ วันเกิดเหตุ ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วมีความคืบหน้าเท่าไหร่ เช่น ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 50% คิดเป็นมูลเท่าไหร่ของมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมด และหักความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันรับผิดชอบ 20% จะเป็นมูลค่าความเสียหายแท้จริง  ซึ่งบริษัทประกันจะจ่ายสินไหมตามสัดส่วนที่รับประกันเอาไว้ 

"ขณะนี้ทีมสำรวจภัยของบริษัทประกันทั้ง 4 แห่ง และคปภ.กำลังอยู่ระหว่างเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมกับรวบรวมสาเหตุความเสียหายและสูญเสียแท้จริงก่อน โดยการตรวจสอบประเด็นดังกล่าว  สำหรับภาพรวมในลักษณะการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เมื่อประเมินความเสียหาย พิสูจน์มูลค่าโครงการการก่อสร้างไป ถึง ณ จุดเกิดเหตุถึงขนาดไหนแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องมีเอกสารประกอบพิสูจน์ทราบ เพื่อเคลมสินไหมประกันภัย และบริษัทประกันต้องชดใช้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ตกลงกันได้" 

ทั้งนี้ขึ้น กับระยะเวลาทำการสำรวจภัย เจ้าของโครงการและข้อกฎหมาย  ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการเสียชีวิต ภาครัฐดำเนินการก่อนและใช้เอกสารทางราชการ ในการเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันต่อไป