นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับภูมิภาค เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/67 คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะได้รับปัจจัยเชิงบวกจากภาพรวมการค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
รวมถึงธุรกิจที่เข้าสู่ High Season ส่งผลให้ค่าระวางและปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารจะปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดของปีนี้
และที่สำคัญ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Logistics and Beyond โดยการ Synergy ระหว่างบริษัทในกลุ่ม ที่ได้ดำเนินการไปในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเริ่มทยอยส่งผลชัดเจนในไตรมาส 4 นี้ ได้แก่
โดย บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA ที่บริษัทฯ ลงทุนผ่านบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ SAL ได้เพิ่มอุปกรณ์ เครื่องจักร และบุคลากรในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีความพร้อมในการรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่หนาแน่นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้
รวมถึงการที่ AOTGA ได้เปิดให้บริการคลังสินค้ารองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Warehouse) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา บนพื้นที่เกือบ 5,000 ตารางเมตร ของศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า (โซน 3) ในเขตปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีอัตราการใช้พื้นที่แล้วกว่า 60%
พร้อมกันนี้ AOTGA ยังเตรียมยื่นประมูลการคัดเลือกผู้ให้บริการภาคพื้นดินของสนามบินสุวรรณภูมิรายที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนธันวาคมนี้ ขณะที่บริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ANI ผู้นำธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบินในภูมิภาค จะได้รับปัจจัยบวกจากการเข้าสู่พีคซีซันในไตรมาสสุดท้าย
“เราคาดว่ารายได้ในไตรมาส 4/67 มีแนวโน้มที่จะเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เราเองมีความแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกมาหนุนจากการเข้าสู่ช่วงพีคซีซันจะส่งผลให้การเติบโตของผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายและปี 67 เป็นไปตามเป้าหมาย”
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 639.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ที่ 398.2 ล้านบาท ผลจากการที่ 4 กลุ่มธุรกิจหลักเติบโตดีต่อเนื่อง 4 ไตรมาส โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศที่บริษัทได้พัฒนาการบริการได้ตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงได้รับประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการส่งออกและนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่ช่วง High Season
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 101.9 ล้านบาท ชะลอตัว 36% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก ANI เนื่องจากผลกระทบของเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานของ ANI จะเติบโตได้ดีในไตรมาส 4 จากความต้องการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์เงินบาทที่เริ่มมีทิศทางอ่อนค่า รวมถึงแผนการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,677.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 1,276.5 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 321.3 ล้านบาท ชะลอตัวลง 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนที่ลดลง