นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2 หนึ่งในนโยบายเรือธงรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” โดยที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข คิกออฟระยะแรกไปเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ใน 4 จังหวัดนำร่อง คือ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส
ล่าสุด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การเดินหน้ายกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการใน 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ และพังงา ขณะนี้ มีความพร้อม 100%
โดยได้เชื่อมโยงข้อมูล PHR ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขครบทุกแห่งและทุกกองทุนสุขภาพแล้ว ภาพรวม 8 จังหวัด มีประชาชนลงทะเบียน Health ID แล้ว มากกว่า 2 ล้านคน จังหวัดพังงาลงทะเบียนสูงสุดเกือบ 50% บุคลากรทางการแพทย์ยืนยันตัวตน Provider ID แล้ว 3.9 หมื่นคน
ทั้งนี้นครราชสีมาและสระแก้ว ยืนยันมากกว่า 90% มีการให้บริการออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล การแพทย์ทางไกลและเภสัชกรรมทางไกล ครบทั้ง 8 จังหวัด จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ผ่าน Health Rider แล้ว 62 แห่ง ใน 6 จังหวัด คิดเป็น 64.6% รวม 1,719 ออเดอร์ โดยสระแก้วและพังงาอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนบริการนัดหมายออนไลน์ผ่านหมอพร้อมอยู่ระหว่างดำเนินการให้ครอบคลุมทุกโรงพยาบาล
ขณะที่เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ ล่าสุด ได้ประเมินความเสี่ยงของโรงพยาบาลในระยะที่ 2 ทั้ง 96 แห่ง เพื่อยกระดับการป้องกันและสร้างความปลอดภัย โดยมีการอัปเกรดคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการของโรงพยาบาลให้รองรับระบบการให้บริการใหม่ เพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งบุคลากรและประชาชน
พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้ สปสช.เร่งทำข้อสรุปหลักเกณฑ์และกระบวนการเบิกจ่าย การยืนยันตัวตน การเปิดสิทธิ์ ปิดสิทธิ์ ให้มีความชัดเจน เพื่อให้หน่วยบริการภาคเอกชนมั่นใจและเข้าร่วมโครงการ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 มีนาคม 2567 นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานคิกออฟ ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2 อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดนครราชสีมา และในเดือนพฤษภาคม 2567 จะเพิ่ม 20 จังหวัด จากนั้นขยายครอบคลุมทั้งประเทศ ภายในปี 2567 นี้
ส่วนนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะแรก ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส ขณะนี้ผ่านมาประมาณ 2 เดือน กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าว่า ประชาชนให้การตอบรับดี
ทั้งนี้เนื่องจากเข้ารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้สะดวก รวดเร็ว และใกล้บ้าน ลดระยะเวลาในการรอคอย จากการลงทะเบียนยืนยันตัวตนผู้รับบริการ (Health ID) และมีการเชื่อมโยงข้อมูลประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล (PHR) ทำให้เรียกดูประวัติการรักษาได้ทุกสถานบริการ
อีกทั้งมีระบบบริการดิจิทัล ทั้งการออกใบรับรองแพทย์ การนัดหมายออนไลน์ การแพทย์ทางไกลและเภสัชกรรมทางไกล รวมถึงจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ถึงบ้านผ่าน Health Rider ไม่ต้องรอรับยาที่โรงพยาบาล
โดยผลสำรวจความพึงพอใจการรับบริการ Health Rider ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2567 พบว่า ภาพรวมพึงพอใจสูงถึง 99.6% แบ่งเป็น ด้านความรวดเร็ว 99.2% ด้านเจ้าหน้าที่ส่งยา 99.5% ความสมบูรณ์ของพัสดุ 100% ความมีประโยชน์ 99.8% และช่วยลดระยะเวลารอคอย 99.5%