หากนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับแลนด์มาร์คของอาคารสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันทรงคุณค่า หลายคนคงรู้จัก “ล้ง1919” ย่านคลองสานเป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันสถานที่อันคุ้นเคยแห่งนี้ ถูกแต่งแต้มสีสันใหม่ เติมเต็มไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน สู่ความเป็น “เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น” จุดนัดพบใหม่ริมเจ้าพระยา
ใครมาที่นี่ร้อยทั้งร้อย ต้องเดินทางมาสักการะ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” หรือ คนไทยรู้จักในนาม “เจ้าแม่ทับทิม” เพื่อหาพลังบวกให้ชีวิต และยิ่งช่วงนี้เชื่อว่าหลายคนก็อยู่ระหว่างเดินสายหาความเฮงรับปีขาล
องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว ที่นี่มี 3 ปางให้สักการะเสริมมงคล “ปางเด็กสาว” หรือ “จุ้ยบ๋วยเนี้ย” ช่วยประทานพรเรื่องความรัก ขอบุตร การเดินทางราบรื่น ปลอดภัย ไร้อุปสรรค “ปางผู้ใหญ่” หรือ “ให่ตั้งหม่า” ช่วยประทานพรด้านโชคลาภ ทำมาค้าขาย เงินทอง และ “ปางเทพ” หรือ “เทียนโหวเซียบ้อ” ช่วยประทานพรเรื่องสุขภาพ ครอบครัวอบอุ่น และเป็นเทพที่เชื่อว่าจะรักษาทรัพย์ให้ลูกหลาน
รวมถึง “องค์ไฉ่ซึ้งเอี่ย” เทพเจ้าโชคลาภ เสริมธุรกิจ รุ่งเรือง ร่ำรวย ราบรื่นตลอดปีเสือทอง เคล็ดลับการกราบขอพร “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” อาจารย์คฑา ชินบัญชร นักโหราศาสตร์ชื่อดังของไทย และพรีเซ็นเตอร์เที่ยวไทยรับพลังบวก แนะนำว่า ให้กราบขอพร ในเรื่องที่ต้องการมากที่สุด (ไม่ต้องบน) เมื่อสำเร็จสมหวัง ให้นำผลไม้มงคล เช่น ส้ม มาไหว้ขอบคุณ
อีกทั้งในช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ อาจารย์คฑา ชินบัญชร ยังจะอัญเชิญ “องค์เหย่โหลว” หรือ “ผู้เฒ่าจันทรา” เทพแห่งความรัก มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะ ระหว่างวันที่ 8-20 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เพื่อขอพรความรักรุ่งเรือง สมหวัง รับวันวาเลนไทน์นี้
หลังไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลเสร็จ ยังสามารถเดินชิลล์ชมอาคารสถาปัตยกรรมจีน 7 แผ่นดินแห่งนี้ ซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน พื้นสร้างจากไม้ หลังคาสร้างจากกระเบื้อง เป็นหมู่อาคารแบบ “ซาน เหอ ย่วน” ซึ่งเป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปทรงตัวยู โดยมีอาคารประธานเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว”
ทั้งเรายังได้เพลิดเพลินไปกับเมนูอร่อยมากมายหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น “ฟู้ดทรัค” ที่รวบรวมของอร่อยทั้งคาวหวาน และเครื่องดื่มนานาชนิดจากทั่วสารทิศมาให้ลิ้มรส ไปจนถึงร้านอาหารในกลุ่มโรงแรมของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่ยกบางเอ้าท์เล็ทในโรงแรมมาเปิดที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น “Pagoda Chinese Tea Room” ร้านน้ำชาคุณภาพระดับโรงแรมห้าดาวจาก “โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค” บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปสู่อีกโลกหนึ่ง
ที่นี่จากจะมีบริการเครื่องดื่มและอาหารว่างแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูของคาวให้เลือกสรรมากมาย เช่น ติ่มซำ ซาลาเปาช็อกโกแลต ทาร์ตไข่ วอลนัทพาย
รวมไปถึง “Okura Oriental La Patisserie” ร้านกาแฟและเบเกอรี่ จาก “โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” ต้อนรับฤดูแห่งความรักและดอกคามิเลียที่เบ่งบานในญี่ปุ่นด้วย “Tsubaki Afternoon Tea” ดอกคามิเลียเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามราชินีแห่งฤดูหนาว และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความจงรักภักดี ความเสน่หา และความชื่นชม จึงเป็นที่มาของชุดน้ำชานี้ ที่คัดสรรของคาวและหวานอย่างพิถีพิถัน ชวนดื่มด่ำไปกับบรรยากาศโรแมนติก สมกับคุณภาพระดับห้าดาว
นอกจากนี้ยังมีร้าน “เดอะ Gallery” จำหน่ายสินค้าจากศิลปินคุณภาพและศูนย์รวมสินค้าชุมชน
ร้าน “reConcept” ร้านจำหน่ายของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่ง ของใช้ภายในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆเป็น สินค้าที่มีคุณภาพและยังสามารถใช้งานได้ในราคาย่อมเยา เช่น คอลเลคชั่น แก้ว เริ่มต้นที่ 30 บาทเท่านั้น ภายใต้แนวความคิด Everything old is new again และพื้นที่ Co-Working Space
ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 12.00-20.00 น. พร้อมบริการที่จอดรถ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงกิจกรรมพิเศษต่างๆที่จะมีขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญตลอดปี 2565 ได้ผ่าน https://facebook.com/lhong1919
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,755 วันที่ 6 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565