ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อกลางดึกวันที่ 24 มีนาคม 2568 โดย นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายประเด็นการได้มาซึ่งที่ดินของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และครอบครัวเป็นเจ้าของ ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายธีรัจชัย อภิปรายตอนหนึ่งว่า โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้กับสนามกอล์ฟแรนโชชาญวีร โดยในบัญชีทรัพย์สินระบุว่า น.ส.แพทองธาร ถือหุ้นใหญ่สุด 20 ล้านหุ้น และเป็นทั้งเจ้าของและกรรมการบริษัทตั้งแต่ปี 2566 ก่อนจะลาออกมาเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี
จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ มี 4 แปลง ทุกแปลงมีโฉนด ได้แก่ โฉนดเลขที่ 22054, 76046, 76047 และ 76048 ในตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แต่นายธีรัจชัยตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นที่ดินของนิคมสร้างตนเองลำตะคลอง โครงการที่รัฐบาลจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยและทำกิน
จากข้อมูลแผนที่ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ที่จัดทำเพื่อตรวจสอบการบุกรุกป่าในพื้นที่เขาใหญ่ในปี 2558 พบว่า พื้นที่ของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ถูกกันไว้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2514 ให้สงวนไว้ ไม่ให้เข้าครอบครองทำประโยชน์และไม่ให้ออกเอกสารสิทธิ์ใด ๆ
เมื่อนำเลขโฉนด 22054 ไปค้นในระบบ landmaps ของกรมที่ดิน พบว่าที่ดินโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งตามกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้และออกโฉนดไม่ได้
การได้มาซึ่งที่ดิน
นายธีรัจชัยระบุว่า ในปี 2537 คนในครอบครัวนายกฯ ได้ซื้อที่ดินแปลงนี้มา ขณะนั้นเป็น นส.3 ก. เลขที่ 2583 เนื้อที่ 33 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา หลังจากซื้อได้ 2 ปี ในปี 2539 ก็นำที่ดินแปลงนี้ไปออกเป็นโฉนดเลขที่ 22054 และต่อมาในปี 2555 ได้นำโฉนดแปลงนี้ไปแบ่งเป็น 4 แปลง
นายธีรัจชัยตั้งข้อสังเกตว่า "ทำไมถึงออกโฉนดได้ 2 ครั้ง ถ้าเป็นประชาชนทั่วไปไปขอออกโฉนดในพื้นที่แบบนี้ ผมมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไม่ออกโฉนดให้แน่ ๆ" และชี้ว่าช่วงที่มีการออกโฉนดโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ครั้งแรก ตรงกับช่วงที่มีอดีตรองนายกรัฐมนตรีนามสกุลชินวัตร และการออกโฉนด 4 แปลงในปี 2555 ตรงกับสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีหญิงนามสกุลชินวัตร
นอกจากนี้ นายธีรัจชัยยังระบุว่า นิคมสร้างตนเองลำตะคลองที่โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ตั้งอยู่ยังไม่มีประกาศยกเลิกเขตนิคมสร้างตนเอง หมายความว่าที่ดินดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้เพื่ออยู่อาศัยและทำเกษตรกรรมเท่านั้น
แม้จะออกโฉนดมาแล้ว หากต้องการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรหรืออยู่อาศัย เจ้าของที่ดินต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ ก่อน ซึ่งนายธีรัจชัยระบุว่า โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงแรมจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ
"นายกฯ และคนในครอบครัวเป็นเจ้าของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ฯ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และออกโฉนดไม่ได้ 10 กว่าปีที่ผ่านมา นายกฯ เป็นเจ้าของและผู้บริหารโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ออกโฉนดไม่ได้" นายธีรัจชัยกล่าว
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลุกชี้แจงกรณีที่นายธีรัจชัยอภิปรายถึงที่ดินของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ไม่สามารถออกโฉนดและใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชย์ได้
นายวราวุธ ยืนยันว่า โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ฯ ได้แจ้งขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 และย้ำว่าพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง ซึ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่นิคมสร้างตนเองตั้งแต่ปี 2515 สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มรูปแบบตามกฎหมาย โดยไม่มีการแบ่งแยกพื้นที่ต้นน้ำ นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยมีประชาชนอาศัยอยู่มาก่อนการประกาศเขตนิคมสร้างตนเอง จึงสามารถให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด