thansettakij
แพทองธาร แจงยิบปมชั้น 14 เผยเบื้องลึกทักษิณตัดสินใจกลับไทย

แพทองธาร แจงยิบปมชั้น 14 เผยเบื้องลึกทักษิณตัดสินใจกลับไทย

25 มี.ค. 2568 | 10:04 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 2568 | 10:09 น.

นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ชี้แจงประเด็น ชั้น 14 ปัดดีลลับปีศาจ เผยเบื้องลึกทักษิณตัดสินใจกลับไทย ยืนยันไม่มีอำนาจสั่งข้าราชการ

วันนี้ (25 มีนาคม 2568) ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 26 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษเรื่องด่วนญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตอนหนึ่งถึงประเด็นเรื่องชั้น 14 โดยยอมรับว่า มีความเห็นต่างกันกับผู้อภิปราย

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ในฐานะของลูกสาวคนหนึ่งที่พ่อกลับมาอยู่ในประเทศจนพ่อออกมาจากโรงพยาบาล ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ จึงไม่อยากให้อภิปรายให้เกิดความสับสนว่า เหมือนว่าเป็นนายกฯ แล้วและมีอำนาจในการสั่งข้าราชการหรือสั่งใคร ๆ เพราะตอนนั้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในเรื่องของความและกฎระเบียบนั้น ถึงจะอยู่ในตำแหน่งไหน ทุกคนก็ต้องรักษากฎระเบียบ และอยากให้เห็นค่าของผู้รักษากฎหมาย และข้าราชการด้วย

"ไม่ว่าลูกคนไหนก็ตามที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับพ่อที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด สถานการณ์ที่ผ่านมา 20 ปีของประเทศ ทุกคนก็ทราบดีถึงความยากลำบากที่เรา และประชาชนประสบมาเรื่องความอยุติธรรม ถ้าจะหาใครที่เผชิญเรื่องความไม่ยุติธรรม"

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มั่นใจว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร คือคนหนึ่งในระดับท็อป ๆ ที่ได้รับความไม่ยุติธรรม โดยได้ถูกยึดอำนาจทางการเมือง และถูกอายัด ยึดทรัพย์สิน ถูกลอบสังหารหลายรอบ ตอนนั้นยังอยู่มหาวิทยาลัยก็ทราบว่าถูกลอบสังหาร พอได้ยินก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดี เป็นสิ่งที่เกิดความเจ็บปวดของครอบครัว และเกิดการพลัดพรากไปไกลคนละประเทศ 

ทั้งนี้ยอมรับว่า เมื่อเวลาผ่านไปก็พยายามเดินทางไปหาพ่อบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้คิดถึงมากเกินไป จนช่วงโควิด ซึ่งขณะนั้นท้องลูกคนแรก เดินทางยากลำบาก พอกลับมาก็เสียน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าจะโควิดจะหยุดเมื่อไหร่ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผ่านมากับครอบครัว

"ความไม่ยุติธรรมเหล่านี้ เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเรารักกันมากยิ่งขึ้น เราผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ทำให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีสติ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ต้องเห็นใจด้วยกันอยู่เสมอ"

ส่วนข้อกล่าวหาว่าพ่อกลับมาได้เพราะดีลกับปีศาจผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ยืนยัน 100% ว่าไม่เป็นความจริง เพราะเป็นการตัดสินใจของพ่อที่อยากกลับมา ทั้งที่ตัวเองก็ไม่อยากให้กลับมาต้องติดคุก หรือจำกัดที่ทาง จึงเป็นห่วงและอยากให้อยู่เมืองนอก แต่พ่อได้บอกว่าอยากให้เวลาที่เหลือกับครอบครัวที่เมืองไทย และห่วงประชาชนอย่างมาก และคิดอะไรก็คิดเรื่องเศรษฐกิจ คิดให้ประชาชนรวย จึงทำให้ตัวเองมีแรงยันดาลใจในการทำงาน เพราะรู้สึกว่า คนเราเจอเรื่องมากมายแต่ก็คิดเรื่องดี ๆ กับคนอื่นได้ ต้องใช้พลังบวกเยอะ ๆ ในใจ

ส่วนกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องคดีความ มีขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ และกรณีที่กล่าวหาว่าป่วยหลอกนั้น ยืนยันว่า พ่อป่วยจริง ๆ และต้องได้รับการผ่าตัด เพราะช่วงนั้นโควิดหนัก น้ำหลักลดลงไป 10 กก. ส่วนข้อสงสัยต่าง ๆ ตอนนี้มียื่นเรื่องตรวจสอบต่อแพทยสภา ก็หวังว่าจะยอมรับผลที่จะออกมา

อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ในฐานะของนายกฯ ไม่เคยใช้อำนาจไปแทรกแซงหน่วยงานไหน และขออย่าดูถูกข้าราชการ และระบบข้าราชการไทย เพราะทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้