แม้รัฐบาลจะมีนโยบายผลักดันให้ “มวยไทย” เป็น “Soft Power” แต่พบว่า เป็นเพียงการสร้างการรับรู้ทำให้ทั่วโลกรู้ว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยว มีมวยไทย แต่กลับไปไม่ได้ไกล เป็นเพียงการออกงาน Expo หรือเปิดบูธในงานเทรดโชว์ต่างๆ ขาดการเผยแพร่ผ่านสื่อ และมักจะถูกโปรโมทในเชิงของ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ไม่เคยถูกโปรโมทในเชิงโปรดักท์หรือคอนเทนต์ที่ส่งออกได้ จึงขาดโอกาสในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทำให้เติบโตได้
นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปี้ยนชิพ ประเทศไทย (One championship)
นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปี้ยนชิพ ประเทศไทย (One championship) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันมวยไทยสามารถเดินมาถึงจุดที่เป็น Sport Entertainment และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีฐานคนดูใหม่ๆเข้าถึงมวยไทยมากขึ้นทั้งกลุ่มผู้หญิงและชาวต่างชาติทั้งอเมริกา ตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ซึ่งเป็นตลาดใหม่ แม้คนดูอาจจะไม่มากเท่าตลาดหลักอย่างประเทศไทยแต่มีกำลังซื้อสูงมากโดยเฉพาะชาวอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจโลกทำให้สถานะการยอมรับของกีฬามวยไทยอยู่ในระดับที่สูงขึ้นและใกล้เคียงกับกีฬาเมนส์สตรีมเช่นฟุตบอล บาสเกตบอล แข่งรถหรือกอล์ฟ
“การใช้จ่ายเม็ดเงินของชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะผ่านการฝึกซ้อมและเครื่องกีฬา ไทยเป็น “สปอร์ต ทัวริซึ่ม” มีการเก็บตัว เทรนนิ่ง สัมผัสประสบการณ์เสมือนนักมวยจริง แต่ละทริปใช้เงินเป็นหลักแสนบาทขึ้นไปต่อทริป และใช้เวลาในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือนหรือเป็นปีตามวีซ่าที่มี และในสนามมวยเองตอนนี้ก็มีชาวต่างชาติเข้าไปดูจำนวนมากขึ้นทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว และExpat”
ชู ‘มวยไทย’ Soft Power ‘วัน แชมเปี้ยนชิพ’ เดินหน้าสร้าง Sport Entertainment
สำหรับ One championship ปัจจุบันจัดแข่งขันศิลปะการต่อสู้อันดับ 1 ของโลกมีผู้ติดตามมากกว่า 75 ล้านคนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ถ่ายทอดสดไปกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ONE ได้จัดการแข่งขัน “ONE ลุมพินี” ในประเทศไทยและได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมทุกวัยเข้าชมการแข่งขันเต็มทุกที่นั่งทุกสัปดาห์ และมีผู้ชมถ่ายทอดสดทางทีวีช่อง 7 HD เรตติ้ง 5.8 ในช่วงเวลา Super Prime Time สูงเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดเฉลี่ยผู้ชม 13.6 ล้านคนต่อวัน
“ปัจจุบันโพชิชั่นนิ่งของ ONE เป็นมากกว่าสื่อบันเทิงหรือโปรโมเตอร์มวยเพราะอยู่ในจุดสูงสุดในอุตสาหกรรมระดับโลก โดยมี Key Formula คือสร้าง World Class Production ให้ความสำคัญกับ Drama Story telling ภายใต้ 3 คีย์เวิร์ดที่เปรียบเหมือน DNA คือคำว่า Value, Hero และ Story สร้างความแตกต่างและมาตรฐานใหม่โดยวางโพสิชั่นของนักกีฬาใหม่ไม่ได้มองว่านักกีฬาเป็นแค่นักสู้ แต่ทำให้เขาก้าวความเป็นนักสู้ไปสู่นักกีฬา และจากนักกีฬาไปสู่สตาร์ระดับโลก”
ชู ‘มวยไทย’ Soft Power ‘วัน แชมเปี้ยนชิพ’ เดินหน้าสร้าง Sport Entertainment
นอกจากรายการ flagship แล้วบริษัทกำลังจะมีรายการ “Reality One championship Edition” ที่จะออกอากาศต้นปีหน้า และรายการที่ผลิตโดยพาร์ทเนอร์ เช่น “ONE ลุมพินี ฮีโร่” โดยช่อง 7HD เป็นรายการนำโปรไฟล์ของนักกีฬา หรือคนในอุตสาหกรรมมวยและ ONE ลุมพินี มาสัมภาษณ์ หรือการนำไฮไลต์ของไฟลต์ที่ผ่านมามาออนแอร์ย้อนหลัง ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างช่องทางการหารายได้ใหม่เพิ่มในการสร้างแบรนด์และการตลาดเราไม่ได้มองแค่กีฬาสดอย่างเดียว แต่สามาร ถเทิร์นคอนเทนต์ออกไปเป็นสารคดี Reality รายการบันเทิงหรือกิจกรรมอื่น ซึ่งภาพนี้คาดว่าจะเห็นภายใน 1 ปี และในระยะ 1-3 ปีนี้มีแผนลงทุนในระบบการสร้างนิเวศรากหญ้าของมวยไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรา ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูค่ายมวยยากไร้ทั่วประเทศเกือบ 40 ค่าย หลังจากนี้มีแผนลงทุนและ สร้างแนวทางการจัดการแข่งขันนอกสนามมวยลุมพินีและกระจายไปสู่จังหวัดต่างๆ เป็นโรดโชว์เพื่อลงไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น”
นายอริยะวัฏ บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการ วัน แชมเปี้ยนชิพ ประเทศไทย
และต้องเข้าใจว่าก่อนนักมวยจะก้าวเข้ามาในสนามไม่ใช่เรื่องง่ายจะต้องใช้ทั้งโปรโมเตอร์ เจ้าของค่ายปั้นนักมวยขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เงินและเวลาในการปั้น เราจึงแบ่งเปอร์เซ็นต์เพื่อให้สิ่งที่โปรโมเตอร์หรือค่ายมวยทำมาไม่เสียผลประโยชน์และมีกำลังใจสร้างนักมวยรุ่นใหม่ๆขึ้นมา และเราพยายามสนับสนุนกรรมการคนไทยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยค่าตอบแทนที่เราสามารถกล้าพูดได้ว่าสูงกว่าเดิมหลายเท่า เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าค่าตอบแทนของกรรมการคนไทยน้อยมากทำให้มีการล้มมวยหรือตัดสินผิด เพราะค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณหมื่นกว่าบาทจึงทำให้เกิดสีเทาขึ้นในวงการมวยไทยง่าย
“หนึ่งในเป้าหมายของเราคือการทำให้มวยไทยเติบโตได้มากกว่านี้ ตอนนี้ทุกคนมองว่ากีฬามวยไทยเป็นกีฬาต่อสู้ยืนที่ดีที่สุดในโลก ต่างชาติอยากเข้ามาเรียนมวยไทยในไทย ซึ่งเป็น Soft Power ที่ดีที่สุด”
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,918 วันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2566