กรมประมง ได้ให้แต่ละจังหวัดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการกำหนดมาตรการควบคุมการจับสัตว์น้ำขนาดเล็กเพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรประมง และทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างยั่งยืน ตระหนักถึงการนำสัตว์น้ำขนาดเล็กขึ้นมาใช้ประโยชน์ก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นการสูญเสียทั้งด้านทรัพยากร และด้านเศรฐกิจเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง "การกำหนดมาตรการควบคุมการจับสัตว์น้ำขนาดเล็กนั้น
แหล่งข่าวสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในการประชุมมี 3 ประเด็นได้แก่ 1.ชนิดที่จะกำหนด ปลาทู - ปลาลัง,ปูม้า 2.ขนาดที่จะกำหนด ปลาทู - ปลาลัง ขนาด 12 ซม. และ ปูม้า ขนาด 6 ซม.
3.จำนวนร้อยละที่จะกำหนดให้จับ ซึ่งในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ “ไม่มีการลงมติ” เรื่อง การกำหนดมาตรการควบคุมการจับสัตว์น้ำขนาดเล็ก ความคิดเห็นส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วย”กับการบังคับใช้ มาตรา 57
โดยต้องการให้มีการคิดให้รอบด้าน ถึงผลกระทบหากมีการใช้กฎหมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีหน่วยงานใด สำรวจความเสียหายต่ออาชีพประมงที่ได้รับผลกระทบจาก พรก.การประมง 2558 และ 2560 อย่างเป็นรูปธรรม แล้วหากให้มีการใช้บังคับกฎหมายมาตรา 57 จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงกับพี่น้องชาวประมงทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์เนื่องจากหากกำหนดไปแล้ว
1.หากชาวประมงจับสัตว์น้ำได้ขนาด จำนวนเกินกว่าที่กำหนด จะถือว่าเป็นการกระทำความผิดในข้อหาร้ายแรงตามมาตรา114(8)และจะเป็นความผิดร้ายแรงตามมาตรา113 หากถูกดำเนินคดีจะมีโทษปรับตามมาตรา139 ประมงพื้นบ้านปรับตั้งแต่ 10,000-100,000บาท ประมงพาณิชย์ปรับตั้งแต่100,000-30 ล้านบาทและอาจถูกยึดเรือประมงตามมาตรา169 อีกด้วย
2.หากมีการกำหนดบังคับใช้ จะต้องมีการเพิ่มจำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่เป็น 10,000 คน ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยจะต้องตรวจเรือประมงที่ออกทำการประมงทุกลำซึ่งมีเรือประมงทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ 60,000-70,000 ลำ
3.จะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ดีฉวยโอกาส หาประโยชน์จากกฎหมาย โดยสามารถเลือกปฏิบัติ กับเรือประมงที่จะต้องตรวจได้โดยเรือประมงลำไหนจ่ายเงินอาจไม่ต้องตรวจสอบ หรือตรวจไม่พบดังนั้นกฎหมายในลักษณะแบบนี้ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้เพราะขัดกับความสงบเรียบร้อย
อย่างไรก็ดีข่าววงใน แจ้งล่าสุด จะมีการนำเรือไปจอดหน้าอาคารรัฐสภา และมีอีกหลายจังหวัดเตรียมปิดร่องน้ำกันแล้ว
ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ม็อบประมง เคยเกิดเหตุการเช่นนี้มาแล้ว เมื่อปี 2561 ชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดนัดชุมนุมสาธารณะที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2561 เหตุผลเพราะกระทรวงเกษตรไปรับเงื่อนไขที่ปฏิบัติไม่ได้จากกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนประมงพื้นบ้านแต่ข้อเท็จจริงคือกลุ่มNGOประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยมาอีกครั้ง ถ้าหน่วยงานภาครัฐ ไม่ฟังเสียงจากชาวประมงตัวจริงๆ ถึงวันนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!!
เปิดไทม์ไลน์ รับฟังความคิดเห็น
วันนี้ (1 ก.ค.65) เริ่มแล้ว ประมงจังหวัดปัตตานี เวลา 9.00 -16.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี
วันที่ 4 ก.ค.65 สมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมบางช้าง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม (หลังเก่า)
วันที่ 4 ก.ค. 2565 ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมบางช้าง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม (หลังเก่า)
วันที่ 5 ก.ค. 65 ประมงจังหวัดชุมพร เริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 น. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลชุมพร
วันที่ 5 ก.ค. 65 ประมงจังหวัดสงขลา เวลา 9.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง
วันที่ 6 ก.ค.65 ประมงจังหวัดภูเก็ต เวลา 9.00 -16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลจังหวัดภูเก็ต
วันที่ 12 ก.ค. 65 สมาคมประมงจังหวัดสมุทรปราการ เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป