SCB EIC หั่นคาดการณ์ส่งออกปี 68 โต 1.6% เหตุปัจจัยหนุนแค่ชั่วคราว

25 มี.ค. 2568 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 2568 | 06:36 น.

SCB EIC เผยแนวโน้มมูลค่าส่งออกไทยปี 68 เหลือโต 1.6% ต่ำกว่าเป้าของกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาล เหตุปัจจัยหนุนเป็นแค่ชั่วคราว

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยแนวโน้มมูลค่าส่งออกไทยปี 68 ว่า จะขยายตัวได้ 1.6% ลดลงจากประมาณการเดิม 2% (พ.ย.67) และต่ำกว่าเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลที่ตั้งไว้ประมาณ 3-3.5% เนื่องจากมองว่าปัจจัยสนับสนุนการส่งออกไทยในไตรมาสแรกส่วนมากเป็นปัจจัยชั่วคราว เช่น การส่งออกทองคำผสมโลหะไปอินเดีย ขณะที่แรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4

ขณะที่มูลค่าการส่งออกเดือน มี.ค. จะยังขยายตัวได้ดีจากอานิสงส์วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น แนวโน้มการเร่งสั่งซื้อของประเทศคู่ค้า ก่อนนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ การส่งออกทองคำ รวมถึงทองคำในรูปแบบโลหะอื่นไปอินเดีย ก่อนรัฐบาลอินเดียจะเริ่มปรับปรุงเกณฑ์ช่องว่างการนำเข้าทองคำ นอกจากนี้ ปัจจัยฐานต่ำเดือน มี.ค.67 ที่หดตัวมากถึง -10.5% จะสนับสนุนการส่งออกในเดือน มี.ค.ปีนี้ได้

ด้านทิศทางการส่งออกไทยมีแนวโน้มชะลอลงมากในไตรมาส 2 และจะหดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นผลจากการใช้นโยบายกีดกันการค้า การลงทุน และการอพยพและการเคลื่อนย้ายแรงงาน ที่จะเกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการกีดกันจากสหรัฐฯ ส่งผลให้เศรษฐกิจและบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลง รวมถึงผล Front load การเร่งผลิตและส่งออกช่วงปลายปีก่อน และต้นปีนี้จะทยอยหมดลง อานิสงส์วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้นเริ่มลดลง

นอกจากนี้ ปัจจัยฐานสูงจากช่วงครึ่งหลังของปี 67 จะกดดันการส่งออกในครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกไทย ขยายตัวมากถึง 7.5% และ 10.5% ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 67 ซึ่งเทียบกับครึ่งแรกของปี 67 ที่ขยายตัวได้ 1.9%

สำหรับการส่งออกในเดือน ก.พ.68 เร่งตัวได้สูงถึง 14%YOY มูลค่า 26,707.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเนื่องจากการขยายตัว 13.6% ในเดือน ม.ค.68 โดยภาพรวมการส่งออกไทยช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 13.8% โดยการส่งออกทองคำและประเด็นพิเศษทองคำ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนการส่งออกที่สำคัญในเดือน ก.พ.นี้ โดยการส่งออกสินค้ากลุ่มโลหะมีค่า และของที่หุ้มด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ ขยายตัวมากถึง 4,160% ต่อเนื่องจาก 3,418%

โดยเกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกทองคำในรูปของทองคำผสมแพลทินัมในสัดส่วนน้อยไปตลาดอินเดีย เพื่อประโยชน์ทางภาษีของผู้นำเข้าอินเดีย ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. และชัดเจนขึ้นในเดือน ธ.ค.67 ที่ขยายตัวมากถึง 524,302% นอกจากนี้ การส่งออกทองคำยังไม่ขึ้นรูปยังขยายตัวสูงมากถึง 26.1% ต่อเนื่องจาก 148.9% ในเดือนก่อน โดยเฉพาะตลาดสวิตเซอร์แลนด์ (339.5%) ตลาดสิงคโปร์ (277.1%)

การส่งออกทองคำ รวมถึงสินค้ากลุ่มโลหะมีค่า และของที่หุ้มด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัดนี้ มีส่วนทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ก.พ.68 ขยายตัวมากถึง 6.1% ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมทองคำ และสินค้ากลุ่มโลหะมีค่าและของที่หุ้มด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ นี้ (เพื่อให้สะท้อนกิจกรรมการส่งออกที่เกิดขึ้นจริง) พบว่าขยายตัวที่ 8.2% (เทียบกับเดือนก่อนที่ 6.2%)

นอกจากนี้ การส่งออกไทยเดือน ก.พ. ยังคงได้รับแรงส่งจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น และการเร่งส่งออกก่อนนโยบายกีดกันการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่องจากเดือนก่อน (ม.ค.) ประกอบกับการนำเข้าของจีนที่เพิ่มขึ้นหลังเทศกาลตรุษจีน สะท้อนจาก

  • การส่งออกคอมพิวเตอร์ขยายตัวมากถึง 51.3% ต่อเนื่องจาก 45% ในเดือนก่อน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ (35.2%) และตลาดจีน (230.3%)
  • การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวมากถึง 18.2% และขยายตัวทั่วถึงหลายกลุ่มสินค้าหลัก โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (35.3%) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (92.8%) ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสงครามการค้าโดยตรง
  • การส่งออกไปจีนขยายตัวมากถึง 22.4% โดยขยายตัวดีในหลายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าขั้นกลางที่ไทยส่งออกไปจีน และเกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่การผลิตจีนที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง (41.6%) ยางพารา (69.8%) เคมีภัณฑ์ (50.5%) รวมถึงการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบไปจีนขยายตัวดี (230.3%)