หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศจะเก็บภาษีต่างตอบแทน โดยเรียกเก็บภาษีสินค้ากับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ในอัตราเดียวกันที่ประเทศคู่ค้าเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ที่จะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2568
ทั้งนี้เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐในระยะยาวจากการถูกกีดกันการค้า ผ่านมาตรการภาษีของสหรัฐในครั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนของไทยจำเป็นต้องเร่งหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยตลาดที่อยู่ในเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นตลาดที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) แล้วก่อนหน้านี้
เฉพาะอย่างยิ่งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 16 ประเทศ ประกอบด้วยอาเซียน 10 ประเทศ บวก 6 ประเทศคู่เจรจา (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ที่อีกด้านหนึ่งประเทศคู่เจรจาเหล่านี้มีความตกลง FTA ระดับทวิภาคีกับไทยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
สถานะ ณ ปัจจุบัน ความตกลงการค้าเสรีภายใต้ RCEP ได้ลงนามความตกลงและมีผลบังคับใช้แล้ว 15 ประเทศ (ยกเว้นอินเดีย จากความอ่อนไหวไม่ต้องการเปิดตลาดให้จีนในระดับสูง) เมื่อปี 2565 (อาเซียน 10 ประเทศ +จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)
สำหรับ RCEP ถือเป็นตลาดการค้าการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดย 15 ประเทศมีประชากรรวมกันกว่า 2,287 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 29.7 ของประชากรโลก มีขนาด GDP มากกว่า 29.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 950 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 30.6 ของ GDP โลก) โดยการค้าโดยรวมกว่าร้อยละ 57.7 อยู่ในตลาดของประเทศสมาชิก RCEP (ข้อมูล ณ ก.พ. 2567)
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากรในปี 2567 ล่าสุด การค้าไทยกับ RCEP (14 ประเทศ ไม่รวมอินเดีย) มีมูลค่ารวม 11.44 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.6% โดยไทยส่งออก 5.21 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% นำเข้า 6.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% ไทยขาดดุลการค้า 1.01 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้มี 5 ประเทศใน RCEP ที่ไทยขาดดุลการค้า ได้แก่ จีน ไทยขาดดุลฯ 1.62 ล้านล้านบาท, ญี่ปุ่น ไทยขาดดุลฯ 202,508 ล้านบาท, เกาหลีใต้ ไทยขาดดุลฯ 122,781 ล้านบาท, มาเลเซีย ไทยขาดดุลฯ 54,484 ล้านบาท และบรูไน ไทยขาดดุลฯ 19,523 ล้านบาท
ส่วนอีก 9 ประเทศที่เหลือไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า โดย 5 อันดับแรกที่ไทยได้ดุลหรือเกินดุลการค้า ได้แก่ กัมพูชา ไทยได้ดุลฯ 280,532 ล้านบาท, ออสเตรเลีย ไทยได้ดุลฯ 236,676 ล้านบาท, อินเดีย ไทยได้ดุลฯ 210,807 ล้านบาท, ฟิลิปปินส์ ไทยได้ดุลฯ 158,462 ล้านบาท และสิงคโปร์ ไทยได้ดุลฯ 99,615 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีตลาด RCEP ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายตลาดสินค้าไทย โดยไทยต้องวางแผนเชิงรุกในการขยายตลาดไปยังประเทศที่ไทยได้ดุลการค้าให้มากขึ้น และลดการขาดดุลการค้ากับจีนที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไทยขาดดุลการค้า RCEP ในภาพรวม