ค่าเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 34.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 1 เดือนที่ 34.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 34.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า แม้จะมีแรงหนุนจากทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติและการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาทองคำในตลาดโลก แต่เงินบาทก็ปรับตัวอ่อนค่าลงตาม Sentiment ที่อ่อนแอของสกุลเงินเอเชียในภาพรวม เนื่องจากตลาดยังคงรอติดตามการประกาศนโยบายภาษีสินค้านำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์อย่างใกล้ชิด
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,450 ล้านบาท และ 1,259 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2568 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -22.84 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -20.18 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.80-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดของ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า
สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.พ.