thansettakij
ตลท. กางแผนระยะสั้น กระตุ้นตลาดทุนไทย หวังกู้ความเชื่อมั่นกลับคืน

ตลท. กางแผนระยะสั้น กระตุ้นตลาดทุนไทย หวังกู้ความเชื่อมั่นกลับคืน

18 ก.พ. 2568 | 07:49 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.พ. 2568 | 07:49 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้ากู้ชีพตลาดทุน เปิด 3 มาตรการเร่งด่วน กระตุ้นวอลุ่มการซื้อขาย ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมปรับเกณฑ์ดัชนีหลัก หวังเสริมเสถียรภาพตลาด ดันไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนระดับสากล

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ให้ทีมงานเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็เร่งเตรียมแผนการกระตุ้นตลาดทุนไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นให้กลับคืนมา

โดยแผนเร่งด้วยที่จะเข้ามาช่วยกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กำบนักลงทุนในระยะสั้นนั้น ประกอบด้วย 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่
1. การเปิด Co-location จะเริ่มไตรมาส 2/68 นี้ ที่จะปรับให้เป็นการบริการพื้นฐานไม่มีค่าใช้จ่ายให้ธุรกิจหลักทรัพย์ใช้ฟรี มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ที่ผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้สามาถได้ประโยชน์จากการบริการ

เบื้องต้นคาดว่าจะมีบริษัทหลักทรัพย์มาร่วมใช้บริการมากกว่าครึ่ง จากปัจจุบันที่มีอัตราการใช้งานแล้วราว 30-40% มองว่าจะทำให้รายได้ส่วนนี้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หายไป แต่ตลาดทุนจะได้วอลุ่มการเทรดที่มากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจในตลาดมากขึ้น

2. ภาษีการย้ายเงินลงทุนจากกองทุน LTF ไปลงทุนในกองทุน ThaiESG เพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทยให้กลับมาก ปัจจุบันตลาดทุนมีแรงกดดันจาก LTF ที่ครบกำหนดและมีบางส่วนที่ขายหุ้นออกมา ประกอบกับแรงกดดันที่เป็นปัจจัยมาจากต่างประเทศ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ยิ่งทวีแรงการขายหุ้นออกมา

3. การซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูลของกิจการถูกสะท้อยออกไปอย่างเหมาะสม โดยในช่วงปีที่ผ่านมามีบริษัทที่ซื้อหุ้นคืนไปแล้วราว 35 หลักทรัพย์ จากปีก่อนหน้าที่มีระดับประมาณ 20 หลักทรัพย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ตลท.กำลังหารือกับกระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนให้การดำเนินการสะดวกมากขึ้น

โดยการจัดตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อปรับกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค อาทิ การปลดล็อกการกำหนดสัดส่วนการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% และระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน (จากเดิมที่ต้องเว้นวรรค 6 เดือน ในการซื้อหุ้นคืนแต่ละรอบ) เบื้องต้นคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย เพียงแต่ต้องแก้กฎกระทรวงเท่านั้น

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

สำหรับแผนการในระยะยาวนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์จะทำการสนับสนุนให้ไทยเป็น Listing hub แหล่งระดมทุนของบริษัทในภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย สร้างความง่านในการประกอบธุรกิจ (Ease of doing business)

ส่วนการปรับปรุงเกณฑ์กำหนดให้หุ้นรายตัวในดัชนี SET50,SET50FF, SET100 และ SET100FF มีน้ำหนักไม่เกิน10% ในแต่ละรอบการคัดเลือกนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจความคิดเห็น (เฮียริ่ง) ซึ่งหากไม่มีใครคัดค้าน คาดว่าจะเริ่มประกาศใช้ได้ช่วงกลางปี 68 นี้

อย่างไรก็ตาม ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ คำนึงถึงกองทุนประเภท Passive Fund ให้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเชื่อว่าเมื่อนำมาใช้จะช่วยลดความผันผวนที่ผิดปกติและลดการพึ่งพาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้