ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ 31 มี.ค.68 ปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,158.04 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.48% จากปิดตลาดก่อนหน้า โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 23,444.51 ล้านบาท
โดย 5 หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
แม้ว่าในช่วงเช้าก่อนเปิดตลาดการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยวันนี้ ศาสตราจารย์ ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะออกมาตอกย้ำว่า ตลาดทุนไทยได้ผ่านมาหลายวิกฤติแล้ว ไม่ว่าจะทั้งวิกฤติด้านเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ โดยเสถียรภาพมีความยืดหยุ่นได้ดี หลังการเกิดแผ่นดินไหว
อีกสิ่งสำคัญที่ ก.ล.ต. ติดตาม คือ สามารถติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจและตลาดหลักทรัพย์ฯ สินทรัพย์ดิจิทัล และตัดสินใจร่วมกัน คำนึงถึงประโยชน์ของนักลงทุน อย่างไรก็ดี ในเวลาเจอวิกฤติสิ่งที่เป็นสินทรัพย์สำคัญ คือ ข้อมูลข่าวสาร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจปิดการซื้อขายของ ตลท. ยืนยันว่า ระบบไม่ได้มีปัญหา
ด้านผลกระทบด้านราคา และความเชื่อมั่น ในระยะสั้น คงพูดไม่ได้ แต่ในฐานะหน่วยงานกำกับ ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญมาก นักลงทุนต้องตัดสินใจอย่างมีสติ บนข้อมูลที่หน่วยงานกำกับดูแลได้ออกมายืนยันข้อมูลให้ผู้ที่ต้องการตัดสินได้รับการกลั่นกรอง
นอกเหนือจากนี้ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ข่าวสารที่ออกมาในขณะนี้ ต้องตรวจสอบให้ดี เมืองไทยผ่านการตรวจสอบแล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และภาคอุตสาหกรรมดำเนินการทั้งในแง่ของการผลิตและการส่งออกได้ต่อ ภาคการธนาคาร การเงิน มีเสถียรภาพ ใช้งานได้ปกติ
"สิ่งที่สื่อสารกับนักลงทุนตลอดคือเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ เหตุการณ์แผ่นดินไหวใน กทม. เรียกได้ว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ข่าวสารมีออกไปเยอะมาก อาจสร้างความตระหนก ต้องวิเคราะห์ให้ดี ทางสภาวิศวกร บอกแล้วสิ่งที่เจอไม่ได้สร้างปัญหากับระบบเศรษฐกิจ สภาอุตสาหกรรมยืนยันว่าการผลิตยังทำได้ การส่งของยังทำได้ คปภ. ประกันภัยพร้อมตอบสนองต่อสิ่งที่ต้องช่วยเหลือประชาชน บริษัทประกันยังแข็งแกร่ง"
สำหรับการจัดงานวันนี้เพื่อให้ข้อมูลและความมั่นใจเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ณ เวลานี้ โดยมีภาวะต่างประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะแยกยังไง ว่า อันไหนเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน เกี่ยวกับปัจจัยต่างประเทศ โดยเมื่อเช้า ญี่ปุ่นเปิดลบ 4% ขณะที่ไต้หวัน 2% กว่า มีหลายอย่างที่ต้องวิเคราะห์ ช่วงนี้ใจอาจจะต้องแข็งหน่อย
หากมั่นใจในข้อมูลของธุรกิจบริษัทจดทะเบียน ก็ต้องมีความแน่วแน่ อย่าฟังข่าวที่ยังไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ การแพนิค น่าจะเดือดร้อนมากกว่าในระยะยาว ยืนยันว่า บริษัทจดทะเบียน ยังแข็งแรงและแข่งขันได้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือ AIMC กล่าวเสริมว่า ถ้าพูดถึงนักลงทุนสถาบัน ความแพนิคไม่น่าจะมี โดยธรรมชาติจะมีการกระจายการลงทุน ซึ่งสมดุลด้วยตัวของมันเอง ที่ผ่านมาผ่านภัยพิบัติ มาทั้ง สึนามิ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ดังนั้นจึงมองว่า เป็นเหตุการณ์ระยะสั้น และหากลงมาเยอะ มองว่า เป็นโอกาสมากกว่า
"ด้านการลงทุนของสถาบันนั้น มองว่าการแพนิคจากการลงทุนไม่น่าจะมี เพราะตามธรรมชาติของเราคือต้องกระจายการลงทุนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราผ่านหลายเหตุการณ์ภัยพิบัติมาได้ ทั้งสินามิ น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหวคงกระทบในระยะสั้นๆ เท่านั้น"