เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมาล่าสุดทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายจังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันตก รวมถึงภาคกลางเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ "รอยเลื่อนมีพลัง" ซึ่งเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ยังคงมีพลังสะสมและสามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้ แม้ว่าไทยจะไม่ได้อยู่บนแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกหลัก แต่ก็มีรอยเลื่อนมีพลังหลายแห่งที่อาจเป็นต้นเหตุของแผ่นดินไหวได้
ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีระบุว่า ประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง 16 แนว ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันตก
แนวรอยเลื่อนเหล่านี้มีศักยภาพในการก่อให้เกิดแผ่นดินไหวระดับปานกลางถึงรุนแรง และหากเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น หรือใกล้กับเขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาจส่งผลกระทบร้ายแรง
รอยเลื่อนมีพลังบางแนวอยู่ใกล้กับเขตเมืองและพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น โดยรอยเลื่อนที่ถูกจับตามองว่าอาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงได้ เช่น รอยเลื่อนแม่จัน, รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน, รอยเลื่อนเมย, รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์, รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์
แม้ว่าไทยจะไม่ได้อยู่บนขอบแผ่นเปลือกโลกหลักเหมือนญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย แต่ รอยเลื่อนมีพลังเหล่านี้ก็สามารถสร้างแผ่นดินไหวระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ โดยเฉพาะหากเกิดใกล้กับพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
แผ่นดินไหวในเมียนมามักเกิดขึ้นตามแนว "รอยเลื่อนสะกาย" (Sagaing Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพลังมาก และอยู่ห่างจากประเทศไทยเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร เมื่อเกิดแผ่นดินไหวบริเวณนี้ แรงสั่นสะเทือนสามารถส่งผลกระทบมาถึงภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทย
แผ่นดินไหวในเมียนมาเป็นเครื่องเตือนว่า แผ่นดินไหวอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และไทยเองก็มีรอยเลื่อนมีพลังหลายแห่งที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อมอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ การศึกษาและเฝ้าระวังแนวรอยเลื่อนในไทยจึงเป็นสิ่งที่ "ไม่อาจมองข้าม" ได้อีกต่อไป