ใครเป็นสายรักษ์ธรรมชาติ ชอบความเขียวขจี หนึ่งในทริปยอดฮิตเมื่อเดินทางเที่ยว เชียงใหม่ ต้องขึ้น “ดอยอินทนนท์” เลยจ๊ะ ยิ่งเที่ยวหน้าฝนแบบนี้ อย่าพลาดไปปักหมุดเช็คอิน “อ่างกา” สัมผัสเสน่ห์ป่าเมฆบนยอดเขาสูง ให้ฟิลเหมือนทะลุมิติไปอยู่ท่ามกลางป่าดึกดำบรรพ์ในม่านหมอก งดงามสุดๆ
"อ่างกา"ป่าดึกดำบรรพ์
"ดอยอินทนนท์” ไม่เพียงขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นป่าต้นน้ำที่สูงที่สุดในไทยอีกด้วย แหล่งต้นน้ำนี้ นำพาความชุ่มชื้น หล่อเลี้ยงทุกชีวิตและเหล่าสรรพสัตว์ มาช้านาน ซึ่งเราสามารถเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นกันได้ตลอดทั้งปี
อ่างกา
เมื่อขึ้นดอยอินทนนท์ นอกจากแวะสักการะพระเจดีย์คู่ “พระมหาธาตุนภเมทนีดล” และ “พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ” หรือชมวิวบนยอดดอย เที่ยว “กิ่วแม่ปาน” แล้ว เราแนะนำเลยว่า อย่าพลาดไปเช็คอินกันที่ “อ่างกา” เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
อ่างกา ดอยอินนทนน์
แหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งบนดอยอินทนนท์ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ แต่สุดปังมาก ฟิลลิ่งเหมือนหลุดไปอยู่อีกมิติ ท่ามกลางป่าดิบเขาดึกดำบรรพ์อายุกว่า 4,300 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
วันที่เรามาอุณหภูมิอยู่ที่ 12 องศา อากาศเย็นๆ มีสายฝนพรำนิดๆ ยิ่งเติมเต็มความชุ่มชื้นและความเขียวขจีให้ผืนป่าแห่งนี้ มีเสน่ห์ไม่ต่างกับต้องมนต์เลยทีเดียว
อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์
ไฮไลต์ของอ่างกา คือ “การเดินศึกษาธรรมชาติ” ระยะทาง 320 เมตร ซึ่งจะมีความลาดชันเฉพาะตอนเริ่มต้นและช่วงใกล้สิ้นสุดเส้นทางระยะสั้นๆเท่านั้น
แต่ระยะทางเดินชมระบบนิเวศ “ป่าพรุภูเขาที่สูงที่สุดในไทย” แห่งนี้ เราเดินสบายๆบนทางเดินแนวราบบนสะพานไม้ เดินรอบเป็นวงกลม ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อดื่มด่ำมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ใน “ป่าเมฆ” ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสายหมอก
ด้วยพิกัดของอ่างกา ซึ่งตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์สูงราว 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นความสูงระดับเดียวกับก้อนเมฆ ทำให้อ่างกาเป็นป่าที่มีความชุ่มชื้นและอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี ตลอดสองข้างทางที่เราเดินไปตามทางเดินไม้
โอโห! ผืนป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ขั้นสุด เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ พืชและสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะนกที่มีมากกว่า 490 ชนิด ที่เราคงไม่เห็นทั้งหมด แต่เท่าที่เห็นก็ทึ่งมากๆ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ซึ่งเราเดินรอบเป็นวงกลม จะมีไฮไลต์อยู่ 11 จุด เริ่มจากทางเข้าตะลึงมากกับ “ป่าดึกดำบรรพ์” ประตูสู่หิมาลัย ป่าดิบเขาย้อนไปราว 4,300 ปีก่อน และยังเป็นแนวเขาสุดปลายด้านตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อ่างกา
ยืนยันได้จากการพบเฟิร์นดิน ชนิดพันธุ์ Plagiogyria communis Ching ที่พบเฉพาะดอยอินทนนท์ และเป็นชนิดพันธุ์เดียวกับที่พบที่เทือกเขาหิมาลัย เหมือนอยู่ในป่าโบราณเลย ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้า แผ่กิ้งก้านระโยงระยาง และปกคลุมไปด้วยมอสและเฟิร์น ดูแปลกตา
ถัดไปจะเป็น “ข้าวตอกฤาษี” หรือสแฟกนัมมอส พืชไร้ดอกจำพวกมอสสกุลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พรมธรรมชาติที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำของผืนป่า หน้าที่เป็นฟองน้ำธรรมชาติคอยซับน้ำในอ่างกา
“กุหลาบพันปี” สายพันธุ์หายาก ดอกสีแดงก่ำ ที่จะพบเห็นในช่วงเดือนพ.ย.-ก.พ. หมุดหมายสำคัญของนกกินปลี ที่มักจะบินมาลิ้มรสน้ำหวานจากกุหลาบพันปีในทุกฤดูหนาว
กุหลาบพันปี
ต่อด้วย “ป่าพรุภูเขา” บนยอดดอยสูงที่สุดของไทย ป่าพรุพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า 30 ปกคลุมด้วยหญ้า ไม้พุ่ม และข้าวตอกฤาษี
“วิถีพืชอิงอาศัย” เอกลักษณ์ของป่าเมฆ พืชอิงอาศัยที่ปกคลุมหนาแน่นตามลำต้น กิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ ดูราวกับต้นไม้ใส่เสื้อ เป็นความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของป่าเมฆ ที่เป็นการปรับตัวของพืชจากสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงและอากาศหนาวเย็น
เลยไปหน่อยจะเป็น “นกชอบหนาว” ตัวชี้วัดระบบนิเวศอ่างกา ซึ่งดอยอินทนนท์เป็นบ้านหลังใหญ่ของนกมากกว่า 490 ชนิด จาก 1,071 ชนิดที่พบในไทย นกที่เราจะพบเห็นในบริเวณอ่างกา จะเป็นนกที่พบได้ในป่าดิบเขาระดับสูง
เช่น นกกระจิ๊ดคอเทา ที่สามารถพบได้ที่เดียวในไทย นกกินปีหางยาวเขียวสายพันธุ์อ่างกา นกเฉพาะถิ่นที่พบได้ที่เดียวในโลก รวมทั้งนกเดินดงอกเทา นกอพยพ นกพิราบป่าเขาสูง และหากมองดูที่พื้นล่างใต้ทางเดินไม้ ในพื้นที่ชื้นแฉะและรกไปด้วยไม้พุ่ม บริเวณนี้เป็นที่ชื่อชอบของนกกระทาดงคอสีแดงและนกจู๋เต้นจิ๋ว
จากนั้นจะเป็น “อาณาจักรสัตว์” กลางผืนป่าอ่างกา ที่อยู่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อย่างอึ่งกรายอินทนนท์ และกระท่างภูพิงค์ “ต้นกำเนิดน้ำต้นกำเนิดชีวิต” โดยเป็นต้นน้ำสำคัญของลำน้ำแม่กลาง ก่อนไหลลงแม่น้ำปิง
“สมดุลนิเวศ” บนพื้นป่า “ป่าซ่อมป่า” มหัศจรรย์ของธรรมชาติ และ “มรดกธรรมชาติ” สู่จิตสำนักร่วมดูแลรักษา
ไม่เพียงการเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาเท่านั้น ที่เก๋สุดคือ นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสเสน่ห์อ่างกาในมุมมองใหม่ ได้ผ่านแอปพลิเคชันอ่างกา Virtual 360 เมื่อสแกนผ่าน QR code หน้าทางเข้า แอปพลิเคชัน อ่างกา Virtual 360 องศา (คลิ๊ก)ห้องเรียนธรรมชาติออนไลน์ ที่จะพาเราเข้าไปเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
“อ่างกา” จะสวยสุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะเป็นช่วงที่มีทั้งหมอกฤดูฝน และหมอกของฤดูหนาวไหลเวียนเข้ามาปกคลุมผืนป่า แม้บางช่วงเวลาจะมีแสงแดดแรงกล้าส่องลงมา แต่อีกสักพักม่านเมฆก็จะไหลจากอีกยอดเขาเข้ามาห่มคลุมจนอ่างกา
จึงให้บรรยากาศเหมือนป่าเมฆ ป่าดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสายหมอกที่อเมซิ่งมากๆ ป่าในม่านหมอก สวยเกินคำบรรยายจริงๆ
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,925 วันที่ 24 - 27 กันยายน พ.ศ. 2566