ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีโดยกล่าวหาว่า ประชาชนใช้ไฟแพงเนื่องจากมีการสานต่อขบวนการค่าไฟฟ้าแพงและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานที่สนิทสนมกับนายกฯว่า นายกฯเดินหน้าสานต่อรับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนระยะ 2 รอบ 3,600 เมกะวัตต์ แม้โครงการนี้จะชะลอมา 3 เดือนแล้วแต่รัฐบาลตั้งใจทำให้ประชาชนใช้ไฟแพงกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่
โครงการดังกล่าวแม้ว่าจะเริ่มโดยรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้เมื่อมีนาคม 2566 ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ช่วงเวลา 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งสส.โดยรัฐบาลใหม่สานต่อเดินหน้าโครงการนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) แม้ว่ารัฐบาลนี้จะมีมติให้ชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน ผ่านมา 3 เดือนแล้วก็ยังไม่มีคำชี้แจงจากนายกฯว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"การรับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ไม่มีการประมูลแข่งขันราคาเพราะมีการกำหนดราคารับซื้อไว้แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีอนาคต คำนวณแล้วจะทำให้ค่าไฟของประชาชนเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนล้านบาท
หากรัฐบาลเดินหน้ารับซื้อโดยไม่เปิดประมูล ทำให้กลุ่มทุนได้รับกำไร นอกจากนี้การรับซื้อไฟฟ้า 3,600 เมกะวัตต์ ยังซ้ำซ้อนกับการเปิดเสรีไฟฟ้าสะอาด 2,000 เมกะวัตต์ของรัฐบาลเองที่อนุมัติก่อนหน้าไปแล้วในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ช่วงเดือนมิ.ย.2567 แต่ในเดือนก.ค. 2567 รัฐบาลแพทองธารกลับเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์
ขณะที่ประเทศไทยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าล้นเกินความจำเป็นอยู่แล้ว หากรัฐรับซื้อไฟฟ้าที่เอกชนผลิตเกินความต้องการจริง ราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับก็จะมาหารใส่ในบิลค่าไฟของประชาชนทุกครัวเรือน" นายวรภพ กล่าว
นายวรภพ กล่าวว่า โครงการนี้มีการล็อกโควตาให้เฉพาะบริษัทเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าที่ยื่นโครงการในระยะแรก 2,100 เมกะวัตต์ ให้ได้รับสิทธิพิจารณาก่อนเจ้าอื่น ขณะที่เจ้าอื่นจะมีสิทธิเฉพาะ 5,200 เมกะวัตต์ที่เหลือในส่วนหลัง เหมือนกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ ปลอบใจรายเก่า โดย กกพ. กำหนดไว้ว่า ในกรณีที่มีเอกชนที่ผ่านคุณสมบัติ มีจำนวนมาก เอกชนที่ได้รับคะแนนเทคนิคสูงที่สุด จะได้รับคัดเลือกก่อน
ประเด็นที่เป็นข้อพิรุธว่า เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย คือ การรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนนอกจากจะไม่เปิดประมูลแล้วก็ไม่มีการประกาศว่า หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนเทคนิคคืออะไร
ขณะที่นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า นายกฯ ฐานะประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เก่งแต่พิทักษ์ผลประโยชน์ของทุนพลังงาน ดูได้จากความล่าช้าของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ เหตุผลที่ล่าช้าเพราะติดเคลียร์ปัญหากับนายทุนผลิตโรงงานไฟฟ้า และยัดโครงการนายทุนในแผนเพื่อให้การันตีว่า โรงงานไฟฟ้าที่ได้รับสัมปททานได้สร้างแน่นอนเพื่อช่วยนายทุนพลังงานทุกกลุ่ม ขณะที่เนื้อหาของร่างพีดีพีฉบับใหม่มีปัญหา แม้ว่า จะมีข้อเรียกร้องให้ทบทวนแต่นายกฯ ในฐานะประธานกพช. ไม่สนใจ
"มีการวางแผนเชิงทุจริตเชิงนโยบายครั้งใหม่เพื่อเอื้อให้ทุนพลังงาน ให้หน่วยงานปั้นตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตสูงเกินจริง และไม่ตรงกับความจริงโดยอ้างถึงการเติบโตของประมาณการทางเศรษฐกิจเพื่อให้ได้สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มโดยกลุ่มทุนพลังงาน กว่า 4,400 เมกะวัตต์ หากเป็นแบบนั้นจะทำให้สร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อีก 16 โรง ซึ่งตีได้ว่า นายกฯ กำลังทำให้นายทุนพลังงานมีกินมีใช้" นายศุภโชติ กล่าวและว่า
รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร พบการล็อคโควต้าให้กับทุนพลังงาน จากเดิมที่มีการกำหนดโควตาให้ประชาชนซึ่งตามร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ ไม่ขยายโควตาให้ประชาชนจาก 9,000 หลังคาเรือน ทั้งที่ร่างแผนว่า มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ มากกว่าเดิม 3 เท่า ซึ่งคาดว่า จะมีการจัดสรรให้กับกลุ่มทุนพลังงานบางรายโดยเป็นการสมคบคิดระดับชาติ