14 ก.ย. 2564 เวลา 23:00 น.768

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ By…เจ๊เมาธ์

*** น่าสน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวัน ลดต่อเนื่องจากวันละกว่า 2.7 หมื่นราย ลงมาแถว 1.3 หมื่น-1.4 หมื่นราย รวมถึงผู้เสียชีวิต ที่เคยวิ่งไปเกือบ 300 ราย ลงมาอยู่ 150 รายต่อวัน น่าจะช่วยดันให้ดัชนีหุ้นไทยกลับขึ้นไปเคลื่อนที่บริเวณ 1,650 ได้อีกครั้ง 
 

แต่ประเด็นควันหลงทางการเมือง หลังศึกซักฟอกรัฐบาลจนเกิดกรณีการ “ปราบกบฏ” ปรับ 2 รัฐมนตรีช่วย ดังนั้นถ้าหาเกิดการ “เอาคืน” ทางการเมืองขึ้นมาในอนาคต ก็ไม่แน่ว่าอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ไม่มากก็น้อย 
 

ดังนั้นถ้าหากจะให้วิเคราะห์ว่า ดัชนีหุ้นไทยจะขยับไปได้ไกลอีกหรือไม่ เจ๊เมาธ์ยังมองว่า มีโอกาสเป็นไปได้อยู่มากพอสมควร...แต่ทั้งนี้อาจจะต้องรอดูตัวเลขเศรษฐกิจภายหลังจากการคลายล็อกดาวน์ และรอดูเสถียรภาพทางการเมืองไปควบคู่กันด้วยค่ะ


*** หุ้นในตำนานอย่าง DELTA แค่ตัวเดียวมีอิทธิพลต่อดัชนีหุ้นไทยในระดับบวกลบได้ 7-10 จุด อย่างที่รู้กันว่า  DELTA มีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดค่อนข้างน้อย ไล่ราคาง่าย ดึงดูดการเก็งกำไรโดยที่ไม่สนใจในเรื่องปัจจัยพื้นฐาน มีเพียงการเกาะกระแสเพื่อทำกำไร...หรือถ้ามีแนวโน้มว่าจะถูกเทขายก็ขายออกก่อนเพื่อลดการขาดทุนให้น้อยลงนั้น ซึ่งเกมแบบนี้นักลงทุนรายย่อยจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ 

เพื่อป้องกันความเสียหายที่เป็นวงกว้างจนเกินไป เจ๊เมาธ์หวังว่า จะมีหน่วยงานที่กำกับดูแลออกมาแอคชั่นอะไรกันบ้าง เพราะถ้าหน่วยงานที่ดูแลกติกาโดยตรงยังแก้ไขหรือทำอะไรไม่ได้ ก็หมายความว่านี่คือการปล่อยนักลงทุนไปตามยถากรรม และต้องดูแลตัวเองเท่านั้น ประมาณว่า...เงินใครก็เงินมัน ทำได้แค่นั้นเองหรือเจ้าค่ะ
 

*** บรรดาหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากโควิดทั้งหมด ดูเหมือนว่า AOT จะเป็นหุ้นที่มีเสถียรภาพอันดับต้นๆ อย่างแรก ตัวธุรกิจซึ่งเป็นหุ้นประเภทผูกขาด (Monopoly) แม้ว่าจะยังมองไม่เห็นตัวเลขผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัว แต่ถ้าทุกอย่างเข้าที่เป็นปกติ...ธุรกิจด่านหน้า สนามบินของ AOT ต้องมาก่อน
 

แต่อีกมุมหนึ่ง AOT ก็ยังมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70% ซึ่งก็หมายความว่า AOT ยังคงมีสถานะของความเป็นบริษัทกึ่งรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ว่าปัญหาใดจะเกิดขึ้น มีแรงหนุนมาจากทางภาครัฐอย่างไม่ต้องสงสัย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมหุ้น AOT จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่าหุ้นตัวอื่น เอาเป็นว่า ถ้ายืน 60 บาทกว่าๆ ได้  ยังสะสมได้นะคะ  
 

*** หลังจาก OCEAN เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่ ธุรกิจใหม่ มาร่วมปี จาก ขายก๊อกน้ำ ขายน้ำมันปาล์ม มารุกขายคอนโด “ไอคอนสุขุมวิท 77 ไอคอน อุดมสุข” และบ้านหรู รามอินทรา เข้าสู่การขายน้ำมันสกัด กัญชง-กัญชา ธุรกิจใหม่ ตัวเร่งการล้างขาดทุนเร็วขึ้น ปีนี้ไม่ทัน ปีหน้าแน่นอน 
 

ประกาศจับมือกับ โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) (JP) และ บริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด ทำกัญชง-กัญชา ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร  เป็นธุรกิจดาวรุ่ง ของ OCEAN เลยค่ะ
 

สิ่งที่เจ๊เมาธ์สนใจมาก เป็นพิเศษคือ ผู้บริหารหนุ่ม “ธีร ชุติวราภรณ์”  อายุน้อย แต่คิดเยอะ คิดไกล เกินอายุ คิดใหม่-ทำใหม่ กับ OCEAN ถ้าอนาคตราคาหุ้น  OCEAN  ไปไกลกว่านี้  ก็ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปคะ


*** หุ้น CV ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน เข้าตลาดมีแต่ราคาซึมลงๆ ต่ำจอง 3.90 บาท ธุรกิจดี ขายชื่อ คู่ดูโอ “พงศ์ศักดิ์-สุระ” เข้ามาบิ๊กล็อตที่ราคาไอพีโอ ตั้งแต่ก่อนเปิดเทรดวันแรก... แต่ดูทรงราคาที่ตกเอาๆ แล้ว คู่ดูโอ ก็พรีโอเผ่น ตั้งแต่วันแรกแล้วมั้ยค่ะ... ไม่ต้องหวังมา


โอบอุ้มราคาหุ้นให้รายย่อยนะคะ...เงินทองไม่เข้าใครออกใคร เงินคนละกระเป๋า ไม่ต้องห่วงใคร...เจ๊เมาธ์จึงอยากเตือนนักลงทุน อย่าเห็น “คู่ดูโอ” เป็นเทพเจ้า ช่วยเสกราคาหุ้นนะคะ...เจ๊เตือนด้วยความเป็นห่วงค่ะ ยังมีหุ้นอีก 3-4 ตัว ที่เก้ง กวาง กำลังง่วนเชียงหาเงิน  ลากหุ้นกันสนุก 
 

ว่างๆ เจ๊เมาธ์ จะเล่าให้ฟังค่ะ