"ฐานเศรษฐกิจ" ยังคงเกาะติดโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมนำรายละเอียดมาอัปเดตให้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต มีความคืบหน้าหลายเรื่องด้วยกัน ดังนี้
การยืนยันตัวตน
ประชาชน :
ผู้ที่เคยได้ใช้สิทธิโครงการของรัฐผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ แล้ว "ไม่ต้องยืนยันตัวตน" ให้ "ยืนยันตัวตน" เฉพาะผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการเท่านั้นซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ผู้ประกอบการ :
สำหรับ "ร้านค้า" ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเปิดให้ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน รวมทั้งสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภค เป็นต้น
เกณฑ์รัศมีการใช้จ่าย
กำหนดให้มีการใช้จ่ายได้ในระดับอำเภอ โดยที่ประชุมเห็นว่า ไม่ได้มีขนาดใหญ่เกินไปที่จะมีการกระจุกตัวของเม็ดเงิน ทั้งยังมีร้านค้าเพียงพอให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยได้ โดยระบบการขึ้นเงินของร้านค้าจะต้องเป็นร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่อยู่ในระบบภาษี
แนวทางเบื้องต้นในการแบ่งเกณฑ์การรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท
แนวทางที่ 1
แนวทางที่ 2
แนวทางที่ 3
สำหรับทั้ง 3 แนวทางข้างต้นนี้จะต้องมีการนำเสนอให้ คณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานตัดสินใจอีกครั้งโดยคาดว่าจะมีการส่งเรื่องในสัปดาห์หน้า
ระยะเวลาดำเนินการ
การดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นโครงการซึ่งจะต้องใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 นั้น อาจจะทำให้โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ดำเนินการได้ล่าช้า ตามที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้ล่าช้า จึงเป็นไปได้ว่า โครงการแจกเงินดิจิทัล จะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2567