นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช ตัวแทนองค์กรเกษตรกร ด้านสัตว์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ และ 1 ใน 14 ตัวแทนสหกรณ์ นำร่องปรับราคาน้ำนมดิบใหม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผลจากการประชุมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึงนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ถึงผลสรุปการประชุมกลุ่มสหกรณ์โคนมที่มีโรงงานแปรรูปจำนวน 14 สหกรณ์ เพื่อหารือปัญหาความเดือดร้อนจากสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น ขาดแคลนแหล่งอาหารคุณภาพ
นำไปสู่ปัญหาคุณภาพน้ำนมดิบและผลผลิตที่ลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตน้ำนมโคสูงขึ้น ราคาจำหน่ายต่ำกว่าต้นทุน รายได้จากการจำหน่ายน้ำนมดิบที่ลดลงตามคุณภาพและปริมาณ ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประสบปัญหาขาดทุน และก่อให้เกิดการกู้หนี้ยืมสินเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สุดท้ายเกษตรกรจำเป็นต้องเลิกเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ค่าอาหาร และเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์
ดังนั้นสหกรณ์ฯ ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกรในการปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบเพิ่มราคากิโลกรัมละ 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป และปล่อยสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันปริมาณน้ำนมดิบในตลาดลดลงมาก ทำให้ผู้ประกอบการในภาคอื่น ๆ ปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรราคากิโลกรัมละ 2.00 – 2.25 บาท
เหตุผลเพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง หากสหกรณ์ไม่ปรับราคาน้ำนมดิบขึ้นตามราคาตลาดที่มีการปรับราคาขึ้นตามกลไกลการตลาดสมาชิกก็จะเลิกเลี้ยงมากขึ้น หรือย้ายไปส่งหรือขายน้ำนมดิบที่ศูนย์อื่น
แต่หากให้มีการปรับราคาน้ำนมดิบขึ้น จะส่งผลต่อธุรกิจโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม (นมโรงเรียน) ต้นทุนราคาน้ำนมดิบจะเพิ่มขึ้นหน่วยละ 0.46 บาท และค่าวัตถุดิบอื่น รวมถึงค่าการจัดการที่ปรับตัวขึ้นหน่วยละ 0.15 บาท เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา จึงส่งผลให้สหกรณ์เกิดสภาวะขาดทุนเนื่องจากยังไม่มีการประกาศปรับราคาจำหน่ายน้ำนมดิบและราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากภาครัฐและเนื่องจากกลุ่มสหกรณ์เป็นการรวมทุนของสมาชิกเกษตรกรต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ในเรื่องระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ องนายทะเบียนในเรื่องของการดำเนินธุรกิจ ทำให้สหกรณ์ไม่มีเงินทุนที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เพียงพอ
ดังนั้นเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กลุ่มสหกรณ์ทั้ง 14 สหกรณ์ ใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้เร่งรัดให้มีมาตรการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วนดังนี้
1.เร่งรัดการปรับราคาน้ำนมดิบให้เกษตรกรราคากิโลกรัมละ 2.25 บาท
2.เร่งรัดให้มีการปรับราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนราคาหน่วยละ 0.61 บาท (ต้นทุนราคาน้ำนมดิบ 0.46 บาทต่อหน่วย และค่าการจัดการ 0.15 บาทต่อหน่วย)
3.ขอปรับระยะเวลาการจัดการนมโรงเรียนให้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค
4.มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคสหกรณ์โดยวิธีต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ
5.ขอเงินทุนสนับสนุนฟื้นฟูให้ภาคสหกรณ์และเกษตรกรจากภาครัฐหรือกองทุนต่าง ๆ จำนวน 1,000 ล้านบาท
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน