thansettakij
Liberator คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีลุ้นฟื้นตัว แตะ 1,210 จุด

Liberator คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีลุ้นฟื้นตัว แตะ 1,210 จุด

25 มี.ค. 2568 | 02:47 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 2568 | 02:47 น.

บล.ลิเบอเรเตอร์ ส่อง SET Index มีโอกาสฟื้นตัว ในกรอบ 1,180-1,210 จุด ชี้มาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ไม่กระจายเป็นวงกว้าง หนุนการเก็งกำไรสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) ประเมินภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ 25 มีนาคม 2568 คาด SET Index มีโอกาสฟื้นตัว ในกรอบ 1,180-1,210 จุด คาดมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์จะไม่กระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ตลาดผ่อนคลาย หนุนการเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น

โดยวานนี้สหรัฐฯ รายงานดัชนี PMI เดือนมีนาคม โดยภาคการผลิตกลับมาหดตัวสู่ระดับ 49.8 จากเดือนกุมภาพันธ์ที่ 52.7 และต่ำคาดที่ 51.7 ส่วนด้าน PMI ภาคบริการเร่งขึ้นสู่ระดับ 54.3 จาก 51.0 และดีกว่าคาดที่ 51.0 จุด ดังนั้นยังสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ผันผวน และมีความเสี่ยงมากขึ้นในด้านภาคการผลิต

ส่วนด้านยูโรโซน พบว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.7 จุด จาก 47.6 และสูงกว่าคาดที่ 48.2 ในขณะที่ภาคบริการลดลงเล็กน้อยสู่ 50.4 จาก 50.6 และต่ำคาดที่ 51.1 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ซึ่งต้องจับตาต่อในระยะกลาง

ขณะเดียวกันความคืบหน้ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) พบว่า ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ขู่จะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากประเทศเวเนซุเอล่า ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2568 นี้ โดยจะเห็นได้ว่าภาพรวมของภาษีดูเหมือนจะเป็นแบบเจาะจงเป้าหมาย มากกว่าที่จะบังคับใช้เป็นวงกว้าง

ซึ่งจุดนี้คาดส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับดัชนี VIX Index วานนี้ปรับตัวลดลง -9.3% สู่ระดับ 17.48 คาดส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้มีทิศทางปรับตัวขึ้น

ด้าน SET Index มีลุ้นฟื้นตัวทดสอบ 1,200 จุด โดยยังคงมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่แนวโน้มกำไรเติบโต และมี Valuation ในระดับที่ไม่แพง 

ปัจจัยที่ต้องจับตา

25 มี.ค.68

  • ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ
  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ
  • MTL rate ของจีน

26 มี.ค.68

  • ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ
  • สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์สหรัฐฯ

หุ้นเด่นแนะนำ

MONO (ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 1.45 บาท)

  • คาดปี 68 นี้ พลิกมาทำกำไรที่ระดับ 191 ล้านบาท และมีโอกาสเร่งตัวขึ้นในปีหน้าสู่ระดับ 436 ล้านบาท จากการเริ่มรับส่วนแบ่งรายได้การให้บริการถ่ายทอดลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ 
  • ประเมินราคาเหมาะสมแบบอนุรักษ์นิยม โดยใช้ PE26E ที่ระดับ 11.5 เท่า ได้ราคาพื้นฐานที่ 1.45 บาทต่อหุ้น