วัคซีนต้านโควิด19 เป็นอาวุธสำคัญที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 (Covid-19) โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่กำลังระบาดอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีการใช้เข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน
พล.อ.ท.อนุตตร จิตตินันทน์ (หมออนุตตร) ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (Anutra Chittinandana) โดยมีข้อความว่า
อีกเหตุผลที่ควรรับการกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA
เมื่อวานมีรายงานใน Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR) ของศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC)
เรื่องประสิทธิผลของวัคซีน (Vaccine Effectiveness, VE) ของวัคซีนของบริษัทแจนเซน กับวัคซีน mRNA (ไฟเซอร์หรือโมเดอน่า) ในรัฐ 10 รัฐ 10
ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.64 ถึง 7 มีนาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
พบว่าประสิทธิผลของวัคซีนต่อการเข้ารักษาในห้องฉุกเฉินหรือรักษาเร่งด่วนจากโควิด-19 หลังได้รับวัคซีนแจนเซน
ประสิทธิผลของวัคซีนต่อการรักษาในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หลังได้รับวัคซีนแจนเซน
CDC จึงแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนแจนเซน 1 เข็ม นานกว่า 2 เดือนควรได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA
ถึงแม้บ้านเราจะไม่มีวัคซีนของบริษัทแจนเซน แต่ก็พอจะนำมาประยุกต์กับผู้ที่ได้รับวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกาได้
เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดไวรัสเวคเตอร์เหมือนกัน
แต่วัคซีนแจนเซนชุดหลัก (primary series) ฉีดเพียง 1 เข็ม
ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาชุดหลักต้องฉีด 2 เข็ม
ดังนั้นผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาชุดหลักครบ 2 เข็มแล้ว ก็ควรรับการกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA เช่นกัน