จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (public hearing) ต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล เพื่อนำข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการและประชาชนไปประเมินผลกระทบจากการเปิดประมูลนำคลื่น 3500 MHZ ซึ่ง ปัจจุบันใช้รองรับการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมระบบ C Band ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคม อันจะส่งผลให้เกิดจอดำครั้งใหญ่
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนำคลื่นความถี่ 3500 MHZ ออกมาประมูล ว่า สำนักงาน กสทช.จะนำคลื่นความถี่ 3500 MHz ออกมาประมูลนั้น บริษัทฯได้ศึกษาพื้นฐานบางอย่างเพราะความจำเป็นประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ประชาชนได้ประโยชน์อะไร หรือ ค่ายมือถืออยากได้จริงหรือเปล่า กสทช.ต้องตอบคำถามประมูลทั้งหมดเพื่ออะไรทำไมรีบร้อนจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ
“ผมยังไม่เห็นความชัดเจนของ กสทช. จะกำหนดวิธีการที่จะเตรียมความพร้อมเพื่อประมูลหลายสิ่งก็ไม่บ่งบอกความพร้อมประมูล หรือ ผลประโยชน์ตกอยู่กับใคร คลื่นมือถือมีแค่เพียง 2 ราย ไม่ได้รีบร้อนที่ต้องการใช้คลื่นความถี่ ถ้าเช่นนั้นเราประมูลคลื่นความถี่หมดอายุในตอนนี้สมควรที่ประมูลหรือไม่”
นายไพบูลย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนคลื่นความถี่ 3500 MHz สมาคมทีวีดิจิทัลพยายามเรียน กสทช.ว่า คลื่นความถี่ ดังกล่าวคือ ท่ออากาศ ทำให้กลุ่มทีวีดิจิทัลได้หายใจ ความล้มเหลวจากการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์สู่ระบบภาคพื้นดิน (DVBT) ของ กสทช. ทำให้ระบบการรับชมทีวีของไทยในปัจจุบันรับชมผ่านระบบจานดาวเทียม (DVBS) ถึง 70% ซึ่งในจำนวนนี้รับชมในระบบ C Band ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz เป็นส่วนหนึ่งในการ รับส่งสัญญาณถึง 60% กสทช.จึงควรดูแลรักษาความถี่นี้เพื่อผู้ชมทีวีส่วนใหญ่ของประเทศ ต่อไปให้นานที่สุดจนสิ้นสุดอายุของดาวเทียมไทยคม หรืออย่างน้อยจนสิ้นสุดอายุใบอนุญาตเพื่อทดแทนการรับชมทีวีภาคพื้นดินที่ กสทช.ไม่สามารถขยายจำนวนฐานผู้ชมได้ตามคำชี้ชวน
“คลื่นความถี่ 3500 MHZ ถามว่าเอาคลื่นนี้ไปประมูลเสียหายไหมยังไม่หมดสัญญาสัมปทานหมดปี 2572 ผม คัดค้านใช้คลื่นความถี่ 3500 MHz ไม่เห็นเหตุผลเลยที่จำนำคลื่นความถี่ออกมาประมูล ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ เกิดความเสียหาย 2 ล้านครัวเรือนไม่สามารถดูได้ มีประชาชน 10 ล้านคนเสียหายขนาดนี้ กสทช. ยังจะเดินหน้าประมูลอีกหรือเปล่า ผมได้เดินทางไปสอบถาม กสทช.เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนช่วยดูแลกลุ่มทีวีดิจิทัลไม่ได้ขอความช่วยเหลือนะ ช่วยป้องกันให้เราหน่อยในฐานะผู้กำกับดูแลควรดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม และ ควรถามทั้งสองฝ่ายไหมว่าพร้อมประมูลหรือไม่เสียหายหรือไม่เสียประโยชน์หรือไม่ ที่สำคัญอย่าทำให้ธุรกิจล่มสลาย เพราะ กสทช.เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง” นายไพบูลย์ กล่าว
ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒน ที่ปรึกษาพิเศษเครือกเนชั่น แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ว่า กสทช.ควรนำคลื่นความถี่ 3500 MHz ออกมาประมูลหลังสิ้นสุดใบอนุญาตในเดือนเมษายน 2572 กลุ่มทีวีดิจิทัลเห็นด้วยแต่ต้องมีแผนแม่บทฯรองรับก่อนใบอนุญาตสิ้นสุด ในระหว่างนี้ กสทช.ควรมีโรดแมพ และ ภูมิทัศน์ ที่ชัดเจน หลังสิ้นสุดใบอนุญาต ประชาชนสามารรับชมผ่านช่องทางไหนได้บ้าง เพราะ ทีวีดิจิทัล เป็นทีวีระดับชาติมีประชาชนรับชมมากที่สุดและความน่าเชื่อถือมากที่สุด.