การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เนื้อหาส่วนใหญ่ของการอภิปราย พุ่งเป้าไปที่งบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะงบของกองทัพเกี่ยวกับการจัดหาอาวุธและยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีผู้ร่วมอภิปายในประเด็นนี้กันอย่างหลากหลาย
อย่างในรายของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม. เขตสายไหม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กระทรวงกลาโหม ได้ขอจัดสรรงบประมาณปี 2566 สูงเป็นอันดับ 4 และมากกว่ากระทรวงสาธารณสุข
โดยในปีนี้มีการซื้ออากาศยานไร้คนขับติดอาวุธของกองทัพเรือ (MALE UAV) จำนวนอย่างน้อย 3 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ที่ติดตั้งสำหรับปฏิบัติภารกิจ (Mission Payload) ติดตั้งระบบอาวุธ (Weapon System)
รวมทั้งสถานีควบคุมภาคพื้นดิน พร้อมระบบควบคุมและสื่อสาร (Ground Control) เป็นจำนวนถึง 4,070 ล้านบาท แต่ปัญหา คือ เงินจำนวนดังกล่าวซื้อได้แค่ เครื่องบิน แต่ไม่ซื้ออาวุธมาด้วย
นายกรัฐมนตรี อภิปรายงบประมาณ 2566
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีการซื้อยุทโธปกรณ์ของหน่วยงานในกองทัพ ว่า กระทรวงกลาโหม ใช้งบอย่างจำกัด เพื่อให้เกิดความพร้อมในการเตรียมรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ
โดยยืนยันว่า เรื่องกังกล่าวมีความจำเป็นต้องจัดหา และจัดซื้อตามความจำเป็น เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงขึ้น และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก็ลดงบประมาณไปมาก แต่ขอให้เห็นใจว่าการดำเนินการต้องวางแผนล่วงหน้า เตรียมงบประมาณ ฝึก ใช้ และไม่สามารถรอให้ยุทโธปกรณ์หมดอายุถึงจัดหาได้ เพราะต้องใช้เวลา
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2566
“ฐานเศรษฐกิจ” ได้ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จากเอกสารงบประมาณ ของสำนักงบประมาณ ซึ่งแสดงรายละเอียดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 197,292 ล้านบาท หากแยกเป็นรายกองทัพ และดูเฉพาะงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของยุทโธปกรณ์ พบข้อมูลดังต่อไปนี้
กองทัพบก
ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 96,573 ล้านบาท ลดลง 3,039 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 60,237 ล้านบาท
2.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 35,677 ล้านบาท ประกอบด้วย
3.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 658 ล้านบาท
ทั้งนี้หากนับเฉพาะงบประมาณกองทัพบก ที่นำไปใช้ในเรื่องของยุทโธปกรณ์ ได้ถูกจัดสรรไว้ในแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติ ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ วงเงิน 19,365 ล้านบาท ในจำนวนนี้ คือ โครงการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ วงเงิน 5,128 ล้านบาท แบ่งเป็น
ส่วนงบยุทโธปกรณ์อีกก้อน บรรจุเอาไว้ในแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นงบในการจัดหายุทโธปกรณ์ 325 ล้านบาท
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2566
กองทัพเรือ
ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 40,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 21,511 ล้านบาท
2.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 17,931 ล้านบาท ประกอบด้วย
3.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 880 ล้านบาท แบ่งเป็น
ทั้งนี้หากนับเฉพาะงบประมาณกองทัพเรือ ที่นำไปใช้ในเรื่องของยุทโธปกรณ์ ได้ถูกจัดสรรไว้ในแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติ ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ วงเงิน 13,031 ล้านบาท ในจำนวนนี้ คือ โครงการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ วงเงิน 3,510 ล้านบาท แบ่งเป็น
ส่วนงบยุทโธปกรณ์อีกก้อน บรรจุเอาไว้ในแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเป็นงบการจัดหายุทโธปกรณ์ 109 ล้านบาท
กองทัพอากาศ
ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 36,112 ล้านบาท ลดลง 1,681 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.งบประมาณรายจ่ายบุคลากร 14,167 ล้านบาท
2.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 21,931 ล้านบาท ประกอบด้วย
3.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 14 ล้านบาท แบ่งเป็น
ทั้งนี้หากนับเฉพาะงบประมาณกองทัพอากาศ ที่นำไปใช้ในเรื่องของยุทโธปกรณ์ ได้ถูกจัดสรรไวในแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติ ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ วงเงิน 18,008 ล้านบาท ในจำนวนนี้ คือ โครงการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ วงเงิน 3,287 ล้านบาท
สรุป หากรวมงบประมาณปี 2566 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของยุทโธปกรณ์ทั้ง 3 กองทัพ พบว่า มีวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรรวมกันทั้งหมด 12,359 ล้านบาท แบ่งออกเป็นดังนี้
งบประมาณกระทรวงกลาโหม 2566