thansettakij
ครม.แอบเจียดงบกลาง 1.4 หมื่นล้าน ธ.ก.ส. หมุนเงิน-ตัดยอดลูกหนี้จำนำข้าว

ครม.แอบเจียดงบกลาง 1.4 หมื่นล้าน ธ.ก.ส. หมุนเงิน-ตัดยอดลูกหนี้จำนำข้าว

30 ก.ย. 2566 | 04:03 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 2566 | 05:00 น.

ครม.จัดเต็ม แอบเจียด “งบกลาง” ก้อนใหญ่ หลังจากกระทรวงการคลัง เสนอขอรับจัดสรรงบกลาง 1.4 หมื่นล้าน ให้ ธ.ก.ส. เอาไปตัดยอดลดจำนวนลูกหนี้โครงการจำนำข้าวยุคยิ่งลักษณ์ ก่อนรอรับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุด มีมติสำคัญเกี่ยวกับการอนุมัติคำขอของสารพัดหน่วยงานที่เข้ามารุมทึ้ง "งบกลาง" หรือ การขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อทิ้งทวน ครม. นัดสุดท้ายของปีงบประมาณ 2566 รวมวงเงินเป็นหลักหมื่นล้านบาท

หนึ่งในนั้นมีเงินก้อนใหญ่ที่ กระทรวงการคลัง ดอดเข้ามาในที่ประชุมครม. เพื่อขอมีเอี่ยวในวงเงินงบกลางด้วย โดยเสนอของบกลาง ปี 2566 ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อดำเนินการลดยอดหนี้รอการชดเชยของรัฐบาล จำนวน 1.49 หมื่นล้านบาท 

ส่วนใหญ่แล้วเป็นการขอเงินเอาไว้ไปหมุนจ่ายหนี้ให้กับ ลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาล ซึ่งยังคงค้างมาจากนโยบาย จำนำข้าว และ โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง ตั้งแต่ปี 2552-2555 ยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อลดจำนวนลูกหนี้ เตรียมรับนโยบายต่อไปของรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน

 

เอกสาร การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส. เอกสาร การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส.

เหตุผลความจำเป็น : การของบกลางครั้งนี้ กระทรวงการคลัง แจ้งว่า นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส. ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลางฯ จำนวน 14,972.41 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการลดยอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาลให้ ธ.ก.ส. 

โดยเบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น และขอให้ ธ.ก.ส. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อขอทำ ความตกลงกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในปีงบประมาณ 2566

สาระสำคัญ : ธ.ก.ส. ได้มีบันทึก ด่วนที่สุด ลงวันที่ 19 กันยายน 2566 ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เรื่อง ขอรับจัดสรรงบงบกลาง โดยแจ้งว่า จากการที่ ธ.ก.ส. ได้ดำเนิน 4 มาตรการรัฐ นั่นคือ

  1. มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552
  2. มาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555
  3. โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555
  4. โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2554/2555 

โดยการดำเนิน 4 มาตรการที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบัน ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 ธ.ก.ส. มียอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาลคงเหลือจากการดำเนินการใน 4 โครงการดังกล่าว เป็นจำนวนเงินรวม 31,231.51 ล้านบาท 

 

ภาพประกอบข่าว การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส. ภาพประกอบข่าว การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส.

ธ.ก.ส.จึง มีความเห็นว่า เพื่อเป็นการรองรับโครงการช่วยเหลือ ตามมาตรการต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นต่อไป และไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาลในการจัดสรร งบประมาณ ธ.ก.ส. จึงเห็นควรขออนุมัติการจัดสรรงบกลางเต็มจำนวน เพื่อนำไปลดยอดลูกหนี้ รอการชดเชยของรัฐบาลสำหรับโครงการดังกล่าวข้างต้น

จากนั้น กระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 ถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพื่อขอให้นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดสรรงบกลาง สำหรับใช้ลดยอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาลทั้ง 4 มาตรการ เป็นจำนวนเงินเต็มจำนวน 31,231.51 ล้านบาท

ต่อมา สำนักงบประมาณ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส. ใช้จ่ายจากงบกลาง ได้แค่ 14,972.41 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อให้ ธ.ก.ส. ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการลดยอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาล 

ส่วนในงบรายจ่ายอื่นและขอให้ ธ.ก.ส. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อขอทำความตกลงกับ สำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

 

ภาพประกอบข่าว การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส. ภาพประกอบข่าว การขอรับจัดสรร งบกลาง ของกระทรวงการคลัง ให้กับ ธ.ก.ส.

 

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง จึงทำเรื่องขอเสนอเข้ามายัง ครม. พิจารณาการขอรับจัดสรรงบกลาง ให้ธ.ก.ส. เพื่อใช้ในการลดยอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาล วงเงิน 1.49 หมื่นล้านบาทซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

โดย กระทรวงการคลัง ระบุถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นว่า การจัดสรรงบกลางก้อนนี้ จะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้ ธ.ก.ส. มีเงินทุนหมุนเวียนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการ ทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ให้เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจต่อไป

สำหรับข้อเสนอของบกลางก้อนใหญ่กว่า 1.49 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ ที่ประชุมครม. ได้มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ