หลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศแก้ปัญหาหนี้นอกระบบปลดปล่อยคนไทยจาก "หนี้นอกระบบ" กว่า 5 หมื่นล้านบาทโดยยกให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมประกาศดีเดย์เปิดลงทะเบียนในวันที่ 1 ธ.ค.นั้น
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขานรับนโยบายแก้หนี้ให้กับบุคลากรโดยประกาศนโยบายความมั่นคงทางการเงินให้แก่บุคลากรในสังกัดที่มีมากกว่า 5 แสนคนซึ่งจำนวนหนึ่ง
พบว่า ประสบปัญหาเรื่องหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ โดยร่วมกับ "ธนาคารออมสิน" ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินบุคลากรผ่าน 2 หลักการ คือ
บุคลากรที่มีหนี้นอกระบบ
นำเข้ามาสู่ในระบบโดยเสียอัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 6
บุคลากรที่มีหนี้ในระบบ
ตัวอย่างเช่น หนี้บ้าน จะได้รับการปรับปรุงหนี้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อช่วยให้บุคลากรสาธารณสุขได้มีบ้านเป็นของตนเอง โดยจัดทำแผนความมั่นคงปลอดภัยทางการเงิน (Money Safety MOPH+) ใน 2 โครงการ
1.โครงการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ดำเนินการใน 4 กลุ่ม คือ รีไฟแนนซ์ ซื้อบ้านหลังใหม่ ปลูกสร้าง และต่อเติมซ่อมแซม
ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข 15% เป็นหนี้บ้านประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อคน ดอกเบี้ยประมาณ 4.6% เฉลี่ย 9,583 บาทต่อเดือนซึ่งดอกเบี้ยโครงการนี้อยู่ที่ 2.6% จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อคน 4,167 บาทต่อเดือนและลดค่าใช้จ่ายภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข 3 พันล้านบาทต่อปี
2.โครงการสินเชื่อสวัสดิการและอื่น ๆ 4 รูปแบบ
จากข้อมูลพบว่า บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข 40% เป็นหนี้เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อคน ดอกเบี้ยประมาณ 16% เฉลี่ย 2,666 บาทต่อเดือน โดยดอกเบี้ยโครงการอยู่ที่ 6.459% จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อคนได้ 1,584 บาทต่อเดือน และลดค่าใช้จ่ายภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข 3,042 ล้านบาทต่อปี
โดยทั้ง 2 โครงการ คาดว่าจะช่วยทำให้บุคลากรมีเงินเหลือเก็บ 5,751 บาทต่อเดือน และประหยัดค่าใช้จ่ายภาพรวมกระทรวงสาธารณสุขได้กว่า 6,042 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 จะเปิดคลินิกสุขภาพทางการเงินในทุกโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินและวินัยทางการเงินให้แก่บุคลากรด้วย