นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการร่วมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อย บอร์ดอีวีจะรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ว่าจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างบอร์ดหรือไม่
หากคงโครงสร้างเดิม บอร์ดจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติมาตรการอีวี3.5 ซึ่งกำหนดทั้งการให้ส่วนลดราคารถยนต์อีวี (EV) นำเข้า การกำหนดให้ค่ายรถตั้งโรงงานผลิตอีวี รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์กระตุ้นลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่อีวี
โดยมาตรการใหม่นี้จะครอบคลุมและเพิ่มเติมจากมาตรการอีวี3.0 ปัจจุบันที่เน้นการให้ส่วนลดอีวีนำเข้าและกำหนดให้ตั้งโรงงานผลิตอีวีเท่านั้น ซึ่งมาตรการจะหมดอายุสิ้นปีนี้ เพื่อให้มาตรการอีวี3.5 เริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2567
สำหรับแนวทางส่งเสริมดังกล่าวเพื่อผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอีวีของภูมิภาคจากเป้าหมายการผลิตอีวี 30% ภายในปีพ.ศ.2573 ประกอบกับกระแสโลกปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้ความเข้มแข็งที่มีอยู่ต่อยอดสิ่งใหม่
อย่างไรก็ดี ล่าสุดภาครัฐและเอกชนจึงเดินหน้าด้านการทำวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและนักวิจัยอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการร่วมมือพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในอนาคต
กรณีประเทศในภูมิภาคอาเซียนประกาศตัวเป็นฮับอีวีเช่นเดียวกับไทย ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีการประกาศมาตลอด โดยที่ไทยเองก็ทราบดี และพยายามออกมาตรการกระตุ้นลงทุนทั้งการออกแพคเกจอีวี3.0 ผ่านส่วนลดผู้ซื้อสูงสุด 1.5 แสนบาทต่อคันซึ่งค่ายรถยนต์ต้องผลิตชดเชยตามจำนวนที่นำเข้า
นอกจากนี้ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน การออกมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ การลดภาษีจดทะเบียนประจำปี การติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าในที่สาธารณะ
รายงานข่าวระบุว่า เบื้องมาตรการอีวี3.5 รัฐจะอุดหนุนผ่านส่วนลดรถยนต์อีวีนำเข้าประมาณ 1 แสนบาทต่อคัน และกำหนดให้ค่ายรถยนต์ต้องตั้งโรงงานผลิตอีวีในประเทศไทยประมาณ 2-3 เท่าจากจำนวนที่นำเข้า
ส่วนภาพรวมสิทธิประโยชน์จะน้อยกว่ามาตรการอีวี3.0 เพื่อเป็นธรรมกับผู้ผลิตที่ร่วมมาตรการก่อน และเน้นจูงใจค่ายรถที่ยังไม่ร่วมมาตรการอีวี 3.0 อาทิ ค่ายยุโรป คาดว่าจะได้รับความสนใจเพราะปัจจุบันตลาดอีวีในประเทศเติบโตสูงมากหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อเดือน โดยปีนี้คาดว่ายอดอีวีจดทะเบียนป้ายแดงจะสูงถึง 60,000 คัน